เกิดมาทำไม

มนุษย์เราเกิดมาทำไม

     หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่า “เราเกิดมาทำไม” ผมก็คงอีกคนหนึ่งครับที่ตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเองเหมือนกัน เออเราเกิดมาทำไมหว่า แล้วอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรจะได้จากการเกิดเป็นมนุษย์นี้ แล้วเรากำลังจะเดินไปทางไหนกัน เรากำลังเดินตามใครอยู่หรือป่าว หากเรากำลังเดินตามเขาอยู่ล่ะ เขาคนนั้นพาเราเดินไปถูกทางหรือป่าวหว่า มันพาเราหลงทางหรือป่าวหว่า เออเราต้องเริ่มกลับมาคิดแล้วว่าเราจะเลือกเดินตามแนวทางไหนดี และมันจะต้องเป็นแนวทางที่ถูกต้องด้วย ช่วงนี้ผมก็กำลังหาคำตอบให้กับตัวเองอยู่เหมือนกัน ขอบอกตรงๆนะว่าสับสนอยู่เหมือนกัน หากเราเดินตามหลายๆคนที่เขากำลังเดินตามๆกันอยู่นั้น ไม่ว่าเขาอาจถูกหล่อหลอมความคิดจากรุ่นสู่รุ่นแบบไม่เนื้อรู้ตัวแบบไหนก็ตาม เขามีความสุขจริงๆหรือป่าวตามแนวทางที่เขาเดินอยู่นั้น อันที่จริงนั้นความสุขมันมีหลายระดับนะ แล้วผู้คนเหล่านั้นอยู่ในระดับไหนกัน(ก็คงแตกต่างกัน)ก็อยากรู้จริง หากเราเดินตามคนอื่นอย่างไม่ลืมหูลืมตาก็คงสะดุดนั่นสะดุดนี่ล้มหัวล้างข้างแตกเจ็บเนื้อเจ็บตัวกันป่าวๆ หากเราจะเดินตามอย่างมีสติเลือกเดินทางที่ถูกที่ควรที่เหมาะสมกับตัวเอง รู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามแนวทางที่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นแหละคือที่ถูกต้อง ขอให้เข้าใจแนวทางนี้อย่างถูกต้องอย่าไปบิดเบือนแนวคิดนี้ให้ผิดไปจากเดิมนะ ขอให้ได้ไปศึกษาแนวทางของพระองค์ดูก่อน ก่อนจะด่วนตัดสินตามความคิดของตัวเองนะครับ กับสังคมที่เป็นวัตถุนิยมในวันนี้กำลังบีบให้เราหลงในวัตถุสิ่งของ เงินตรา ติดความสะดวกสบาย หลงอำนาจ รูป รส กลิ่น เสียง เอาสัมผัสด้วยอีกไหม เราไปยึดติดสิ่งเหล่านี้ซึ่งมันเป็นของไม่เที่ยง คิดว่ามันเป็นความสุข(เคยไหมอยากได้อะไรมาพอได้มาก็สุขอยู่ขณะหนึ่งเดี๋ยวก็ทุกข์เพราะมันโดยไม่รู้ตัว(หัดรู้ตัวบ้างนะ)) หากเรารู้เท่าทันสิ่งเหล่านี้ตามความเป็นจริง เราจะไม่ทุกข์จากสิ่งเหล่านี้เลย ที่เรามัวเห็นความทุกข์เหล่านี้เป็นความสุข หากมันสำแดงฤทธิ์ออกมาเราถึงจะรู้ได้ว่ามันทุกข์ ผมว่าเราออกนอกเรื่องกันแล้วนะ เคยคิดกันบ้างไหมที่เราเกิดมาเป็นคนไทยแล้วพบพระพุทธศาสนา แต่คนไทยกลับเครียดกันมากติดอันดับต้นๆของโลก ผมก็งงเหมือนกัน ว่าทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะคนส่วนใหญ่บอกว่าตัวเองนับถือศาสนาพุทธ แต่ไม่เคยสนใจ ศึกษา และน้อมนำมาปฏิบัติกันจริงๆ แต่กลับหลงติดกับวัตถุ สิ่งปลูกสร้าง วัตถุมงคลต่างๆนาๆมัวหลงว่าเปลือกเหล่านั้นเป็นพระพุทธศาสนา แต่ผมว่ามันไม่ใช่เปลือกของพระพุทธศาสนาด้วยซ้ำไป หากแต่เป็นแค่ตัวที่จะน้อมนำเราเข้าสู่พระพุทธศาสนาให้ง่ายขึ้น ให้เราเกิดความศรัทธาหันมาศึกษาเนื้อแท้ของพระพุทธศาสนาต่างหากตามความคิดของผมนะ แล้วหัวใจของพระพุทธศาสนาล่ะคืออะไร มีคนเคยถามพระพุทธเจ้าว่าหัวใจของพระพุทธศาสนาของพระองค์คืออะไรแบบสั้นเข้าใจง่ายๆเลย พระองค์ก็ตรัสบอกว่า การไม่ยึดติดถือมั่นในสิ่งทั้งปวงนั้นแหละคือหัวใจสั้นๆ หรือ ความไม่มีตัวกูของกู นั่นแหละ ประมาณนี้แหละ ฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องมั่นดูคือใจเรา อย่าให้เราเป็นทาสจอมมารทั้งสาม คือ โมหะ โลภะ โทสะ เราต้องมั่นตรวจดูใจตัวเองว่าเราถูกมารเหล่านี้กัดกินหรือครอบงำเราไปเท่าไหร่แล้วจงพยายามเถิดที่จะขจัดสิ่งเหล่านี้ออกตัวจากจิตใจไปวันละนิดวันล่ะหน่อย สักวันหนึ่งเราจะถึงจุดหมายปลายทางที่เราควรจะไปกัน ขอให้เราท่านทั้งหลายอย่ามัวหลงกับสิ่งที่มันไม่เที่ยงว่าเที่ยง อย่ามัวหลงกับสิ่งที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข อย่ามัวหลงกับสิ่งที่เป็นอนัตตาว่าเป็นอัตตา และอย่ามัวหลงกับสิ่งที่ไม่งามว่าเป็นของงาม เท่านี้ไม่พอต้องหมั่นดูจิตดูใจตัวเองด้วย เมื่อใดสุขที่เกิดจากภาวะไม่สุขไม่ทุกข์ หรือว่าจิตว่างสงบเย็นนั้นแหละ คุณถึงสิ่งที่มนุษย์ควรจะได้แล้ว ผมขอแสดงยินดีด้วยและกัน ขอฝากไว้สุดท้ายเลยแล้วกัน เราจะไม่มีทางถึงจุดหมายนั้นได้เลย หากเราไม่เริ่มสั่งสม ปฏิบัติ ตามแนวทางที่ถูกต้อง สักวันหนึ่งเราจะต้องถึงจุดหมายปลายทางที่เราควรจะได้นั้นบ้างอย่างแน่นอนขอเราอย่าท้อก่อนล่ะกัน เพราะสิ่งที่ได้กล่าวข้างต้นมาแล้ว คือแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องขอให้จงศึกษาและปฏิบัติดูเถิดเพราะ ท่านจะเห็นผลได้ด้วยตัวเอง และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล ผมขอให้ท่านเปิดใจรับธรรมะเข้าสู่ชีวิตพร้อมๆกับผมเถิด น้อมรับธรรมะดีเข้ามาใส่ตัวเถิด แล้วคุณจะได้รู้กับตัวของคุณเอง(ไม่ต้องเชื่อขอให้มาลองพิสูจน์ดู) ผมขอจบบทความของผมไว้แต่เพียงเท่านี้ 

Posted on 25/06/2008, in ธรรมะ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: