3.พลังสมอง

พลังสมอง คือ พลังที่ประกอบด้วยความคิดและความจำพลังสมองของคนเรานั้นถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับขุมคลังมหาสมบัติอันยิ่งใหญ่ ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยสรรพวิชาและความมหัศจรรย์ ในปัจจุบันนี้มนุษย์ก็ได้ประดิษฐ์สมองไฟฟ้าขึ้นมาสำเร็จ ซึ่งสมองไฟฟ้านี้เองที่ทำให้มนุษย์เรางวยงงในประสิทธิภาพของมัน เพราะมันมีสรรพวิชาต่างๆ ถูกบรรจุไว้ และไขออกมาใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วทันใจ จนมันสมองของมนุษย์ตามไม่ทัน
แต่อย่างไรก็ดี สมองไฟฟ้านี้ใช่ว่าจะเลิศเลอประเสริฐสุดวิเศษกว่าสมองธรรมชาติของมนุษย์ก็หาไม่ เพราะสมองไฟฟ้าดังกล่าว กำเนิดของมันก็มาจากพลังสมองธรรมชาติของมนุษย์เรานี้เอง มันสมองของคนมีน้ำหนักเพียง 3 ปอนด์ ซึ่งมีน้ำหนักน้อยกว่าสมองไฟฟ้ามากแต่ตอนนี้มนุษย์ก็ได้พัฒนาให้สมองไฟฟ้ามีขนาดเล็กลงจากเดิมได้เรื่อย สมองของมนุษย์เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่อยากจะเรียนแบบได้เพราะสามารถจดจำความรู้ได้มากมายเหลือคณานับ
พลังสมองได้เก็บความคิด และความจำของคนเราได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับความจำนั้นจะถูกเก็บบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึก ซึ่งมันจะผุดโพล่ขึ้นมาให้ระลึกได้เมื่อจิตอยู่ในภาวะสงบและระลึกได้ง่ายยิ่งขึ้น ถ้าสิ่งที่ถูกบันทึกไว้นั้นมีภาพพิมพ์ใจอย่างลึก
คนที่มีความคิดปลอดโปร่งแจ่มใสและมีความจำดีทั้งหลายนั้น หลักชัยของชีวิตคือความเจริญก้าวหน้าและการดำรงชีพอย่างปกติสุข แน่นอนทีเดียว พลังสมองคนซึ่งประกอบด้วยความคิดและความจำนั้นจะต้องมีไม่เท่าเทียมกัน
บางคนมีความคิดดีแต่มีความจำแย่มาก ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้เข้าใจผิดคิดว่าคนที่ฉลาดจะต้องมีความจำดี และคนที่ความจำไม่ดีคือคนโง่ การเข้าใจเช่นนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างถนัด เพราะถ้าคนที่มีความจำไม่ดีเป็นคนโง่ดังคนที่เข้าใจเช่นนั้นแล้ว ไฉนเล่าไอสไตน์ผู้ที่มีความจำไม่ดีแต่มีความคิดดี จึงได้เป็นยอดนักวิทยาศาสตร์ทางฟิสิกส์ในยุคปัจจุบันนี้ได้เล่า
จากอุทาหรณ์ดังกล่าว ผู้ที่มีความจำไม่ดีทั้งหลายอย่าได้ตีโพยตีพายไปก่อนเลยว่าเราเป็นคนอาภัพสิ้นหวัง เพราะบางทีคนที่มีความจำไม่ดีที่เข้าใจว่าโง่แสนโง่นั้นแหละในอนาคตอาจเป็นอัจฉริยะในแวดวงวิทยาศาสตร์อย่างไอสไตน์หรืออาจกลายเป็นพระอรหันต์ในแวดวงพระพุทธศาสนา ดังเช่นพระจุฬปัณฐกก็ได้ใครจะรู้ ทั้งนี้เพราะธรรมชาติได้ชดเชยความคิดที่ดีให้กับผู้ที่มีความจำไม่ดีเป็นดุลถ่วงยุติธรรมแก่ทุกคน
แต่อย่างไรก็ดี ความจำและความคิดนั้นเป็นสิ่งคู่กัน หากบุคคลผู้ใดธรรมชาติได้มอบความคิดและความจำให้มาพร้อมกัน ก็จะกล่าวได้ว่าเขาผู้นั้นโชคดีอย่างยิ่ง ผู้ที่มีพลังสมองที่ประกอบด้วยความคิดความจำนั้น ไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณของมันสมอง แต่ขึ้นอยู่กับความคดเคี้ยวหรือรอยหยักของมันสมอง มันสมองที่มีลักษณะคดเคี้ยวมากจะมีความคิดความจำดีกว่าคนที่มีมันสมองคดเคี้ยวน้อย
ความเจริญของมันสมอง นับตั้งแต่ 20-40 หรือ 45 ปี จะหยุดการเจริญเติบโตทันที เมื่ออายุ 45 ปีล่วงแล้ว น้ำมันสมองค่อยๆ ลดลง พอถึง 60 ปี น้ำมันสมองจะลดลงอย่างรวดเร็ว คนที่มีโอกาสบริหารมันสมอง คือใช้ความคิด ความจำอยู่เสมอ แม้จะย่างเข้าสู่วัยชราพลังสมองก็ยังดีอยู่ ตรงกันข้ามกับคนที่ไม่ค่อยบริหารสมอง พอย่างเข้าวัยชรา พลังสมองจะเสื่อม หลงๆลืมๆ น่าสงสาร

Posted on 28/06/2008, in พลังจิต. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: