7.หลักสำคัญที่ทำให้พลังสมองดี

               

                1. ทำจิตให้ว่างอยู่เสมอ  อารมณ์ทั้งดีและไม่ดีอย่าให้ค้างในจิตนานๆ คนที่ทำจิตให้ว่างได้นานๆ จะมีพลังสมองดี  ขอให้สังเกตเด็กๆ จะเห็นว่าเขามีความจำที่กว่าผู้ใหญ่มากทั้งนี้เพราะเด็กวางอารมณ์ได้มาก  ด้วยเหตุนี้เองที่ความจำของผู้ใหญ่จึงสู้ความจำของเด็กไม่ได้  ดังนั้นจากความจริงข้อนี้  ถ้าใครทำจิตว่างได้ง่าย  ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่  เขาผู้นั้นจะมีความจำดี 

                2. มีสติมั่นคงอยู่เสมอ  คนที่มีสติมั่นคงรู้ตัวอยู่เสมอว่าขณะนี้กำลังทำอะไร  พูดอะไร  และคิดอะไรแค่ไหน  จิตจะไม่เลื่อนลอยไปทางอื่น  หากว่าได้กำหนดจิตให้มีสติอยู่เสมอ  ด้วยการฝึกสมาธิ  กำหนดลมหายใจเป็นต้น  ก็จะทำให้มีสติมั่นคงยิ่งขึ้น

                3. ขยันท่องจำ  การท่องจำอยู่เสมอเป็นการบริหารสมองให้มีความจำดีขึ้น  ฉะนั้นจงเป็นคนขยันท่องจำอยู่เสมอจึงจะช่วยให้มีความจำดี  แต่อย่าลืมว่าการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองนั้นใช้ไม่ได้  เพราะมีคุณค่าในทางสร้างสรรค์ความจำได้น้อยมาก  ทางที่ดี  ในขณะที่ท่องจำสิ่งใดจงบังคับให้จิตใจจดจ่ออยู่กับข้อความนั้น  และแยกประเด็นให้ดี ก็จะจำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างขึ้นใจ

                4. คิดอย่างมีระเบียบและทบทวนซ้ำซาก  การคิดแต่เพียงเรื่องเดียวไม่มีเรื่องอืนเข้าปะปน  พยายามคิดไปแต่ละเรื่องให้ทะลุปรุโปร่ง  โดยคิดทบทวนครั้งแล้วครั้งเล่า  การคิดทำนองนี้จะทำให้เกิดปัญญา  เพิ่มพลังความคิดได้ดีมาก  ซึ่งการคิดทบทวนแบบนี้ทางพุทธศาสนาเรียกว่า การคิดแบบ "วิปัสสนา"

                เราต้องยอมรับความจริงว่า  คนในสมัยนี้เรียนมากแต่คิดน้อย  และคิดไม่เป็นระเบียบ  คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม  คนที่ได้รับการศึกษาแต่ขาดความคิดตามแบบวิปัสสนา  ก็จะไม่ผิดอะไรกับคนวิกลจริตที่มีอาวุธอยู่ในมือ  ซึ่งอาจจะทำอะไรลงไปเพราะตัวเองมองไม่เห็นเหตุผลอันลึกซึ้งก็ได้

                5. ถือสันโดษในกิจทั้งปวง  คำว่าสันโดษคือความรู้จักอิ่ม  รู้จักพอ รู้จักประมาณ  ไม่ละโมภอยากได้เลยขอบเขตที่ควรมีควรได้  การเรียน  การทำงาน  หรือการทำกิจทั้งปวงเป็นการกระทำที่ต้องใช้สมอง  แต่ในเวลาเดียวกันกลับให้ประโยชน์ในทางเพิ่มพลังสมองไปด้วย  ดังนั้นถ้าการเรียนหรือการทำงานที่ละโมภอยากให้เก่งทุกสิ่งทุกอย่างจนเกินพลังสมองนั้น  แทนที่จะช่วยเพิ่มพลังสมอง  กลับเป็นการทำลายพลังสมองไปอย่างทารุณ  อย่าลืมว่ามนุษย์จะเก่งเพียงคนเดียวไม่ได้  ต้องให้คนอื่นเขาเก่งบ้างเพื่อจะได้ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน

                6. ฝึกสร้างมโนภาพ  ภาพที่เกิดจากพลังสมาธิของจิต  เช่นเรานึกถึงใครสักคนหนึ่ง  หรือเอารูปถ่ายของคนนั้นมาเพ่งมองจนจำได้  แล้วหลับตายังเห็นภาพชัดเจน  ภาพเช่นนี้เรียกว่ามโนภาพ  ถ้าภาพที่เห็นนั้นเปลี่ยนสีเปลี่ยนขนาดและเคลื่อนไหวไปมาได้ก็จะเป็นการดีมาก  เพราะเป็นการเพิ่มพลังความคิดและความจำได้ดียิ่งขึ้น

                7. เพ่งตรงกลางกระหม่อม  จิตของคนแปลงรูปเป็นพลังงานต่างๆ ได้  ฉะนั้นใช้พลังจิตเพ่งไปยังส่วนใดของร่างกาย  ก็จะทำให้เกิดพลังงานต่างๆ  ขึ้นตามความประสงค์การเพ่งตรงกลางกระหม่อมจะทำให้เกิดพลังงานสรรค์สร้างพลังสมองในทางทำให้มีปฎิภาณผ่องแผ้วปัญญาว่องไว

                วิธีเพิ่มพลังสมองตามข้อ 1. 2. 3. 4. 5. 6. และ 7. ให้พยายามฝึกฝนในขณะเข้าสมาธิ  หรือจิตตกอยู่ในภวังค์ในขณะถูกสะกดจิต  หรือสะกดจิตตัวเองวันละ 10-20 นาที  พลังสมองจะดีขึ้นเป็นอันมาก  แต่จงเข้าใจว่าเมื่อเริ่มฝึกพลังสมองแล้ว  ไม่ใช่ว่าจะมีพลังสมองเลิศเลอยิ่กว่าคนทั้งหลายก็หาไม่  เพียงแต่พลังสมองจะดีขึ้นกว่าเก่า  และจะเป็นวิบากกรรมให้สมองดีขึ้นในอนาคตชาติเท่านั้น

Posted on 04/07/2008, in พลังจิต. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: