Talking about วันแม่

       เดือนนี้เป็นเดือนที่มีความสำคัญอีกเดือนหนึ่ง เดือนนี้มีวันหยุดที่สำคัญ๑วัน วันนั้นก็คือ วันแม่ อย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งปีนี้วันแม่ตรงกับวันอังคารที่12 อันที่จริงมันไม่ใช่วันหยุดยาวแต่มีหลายคนแน่ที่รอโอกาสนี้ถือหยุดยาวเลย คือเอาวันจันทร์มาเป็นวันหยุดอีกวัน ที่แน่ๆผมนี่ละคนหนึ่ง กลับไปไม่บอกทางบ้านด้วย เมือนที่เคยทำทุกปี ที่เขาเรียกกันว่าอะไรนะ ทำสไปร์ หรอ? ถ้าลูกคนอื่นเขากลับไปหาแม่ แล้วลูกคนนี้ไม่กลับ แม่เราก็คงน้อยใจอยู่ เชื่อเหลือเกินว่า แม่นั้นคิดถึงเรามากกว่าที่เราคิดถึงท่านเป็นแน่ แม้จะไม่แสดงออก แต่ผมก็รู้ว่ามันเป็นเช่นนั้น และเป็นเช่นนั้นจริงๆ สำหรับแม่แล้วเวลาผมอยู่ใกล้ ผมก็ยังรู้สึกว่าผมเป็นเด็ก แม่เองก็คงคิดแบบเดียวกัน เด็กที่ไม่รู้จักโต ยังอ้อนแม่เหมือนเดิม หยอกล้อกันแบบถึงเนื้อถึงตัว แม่ไม่ค่อยเล่านิทานให้ผมฟัง แต่ผมจะเล่านิทานให้แม่ฟังซ่ะมากกว่า ส่วนมากเป็นนิทานขำๆที่ผมได้ฟังมาจากลุง จากตา หรือได้มาจากหนังสือ หรือแม้กระทั้งเรื่องของผมเอง ที่มันสนุกๆ(ผมต้องเติมสีเข้าไปด้วย) เวลาเห็นแม่ยิ้ม หัวเราะแบบอั้นไม่อยู่ เราก็พลอยอดที่จะขำตามไม่ได้ เห็นแม่หัวเราะ เราก็มีความสุข แกล้งแม่แล้วโดนแม่ด่าเป็นภาษาอีสานบ้านเก่านี้ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผ่อนคลายดี นึกถึงตอนเป็นเด็กแม่ทำงานหนัก ปวดหลังปวดเอว เราก็มาคอยนวดยาให้ ถ้าตอนที่เด็กมาก ผมขึ้นเยียบเลยนะ เป็นคนที่นวดให้แม่บ่อยมากๆ นี่ก็ว่าจะไปหาเรียนนวดแผนไทยเอาไว้นวดให้แม่กับพ่อ ท่านจะได้มีแรง และก็ไม่ต้องไปเปลืองเงินเปลืองทองที่ร้านอื่น ถ้ามีลูกชายนวดให้นี่มันน่าภูมิใจนะ กลับไปคราวนี้ต้องทำประโยชน์ให้มาก เพราะนานครั้งเรากลับไปที เป็นไปได้ก็อยากกลับไปอยู่ที่บ้าน พ่อแม่ก็คงไม่อยู่กับเรานาน ดีไม่ดีเราก็อาจไปก่อนท่าน เราไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่ช่วยงานท่านที่ท่านกำลังจับกำลังประกอบอยู่ แบ่งเบาภาระเล็กๆน้อยๆ กินข้าวกับท่าน คุยกับท่าน อย่าปล่อยให้ท่านเหงา แม่และพ่อเมื่อได้อยู่ใกล้ลูก ได้ทานข้าวกับลูก ได้พูดคุยหยอกล้อ กระเซ้าเย้าแย่กัน ได้ทำกิจกรรมภายในครอบครัวร่วมกัน แค่นี้หัวใจของแม่ ของพ่อก็เต็มไปด้วยความสุข วันที่ครอบครัวพร้อมหน้า นั่งทานข้าวพร้อมกัน พ่อมักจะพูดขึ้นเสมอว่า”วันนี้มาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ครอบครัวเรา นานจะมารวมกันได้สักที” กลับมาเรื่องแม่ เดี๋ยวเรื่องพ่อไว้โอกาสหน้า  แม่ผมนั้นจะเป็นคนที่ไวต่ความรู้สึกมาก แม่เป็นห่วงลูกๆมากกว่าเป็นห่วงตัวเอง เวลาที่ลูกทุกมาแม่ก็เป็นทุกด้วย แม่ช่วยพยายามแก้ปัญหาให้ลูกทุกคน แม่พยายามรักลูกให้เท่าเทียมกัน แต่พี่สาวผมนั้นนะสิชอบคิดว่าแม่รักน้องชายคนเล็กมากกว่า(ผมนี่แหละ) ซึ่งบางทีก็ทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้นบ้างเหมือนกัน และก็พยายามไม่เรียกร้องอะไรหรือขออะไรจากท่าน เพราะกลัวว่าพี่สาวจะมาว่าแม่ ว่ารักแต่ลูกชายละหนอ(ก็ลูกชายน่ารักจะไม่ให้รักได้ไง) ทุกอย่างที่ผมมีผมไม่เคยคิดว่าเป็นของตัวเองเลย ทุกสิ่งล้วนเป็นของท่าน ส่วนที่ผมหาเองได้นั้นมันน้อยเหลือเกิน สิ่งท่านให้คือการศึกษา ที่ถือว่ายิ่งใหญ่มากที่สุด เพราะนี่คืออนาคต แค่นี้ก็พอแล้ว สมบัติมรดกอะไรผมไม่อยากได้ อะไรที่เป็นของท่าน ก็คือของท่าน เพราะชีวิตนี้ผมไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้ ผมรู้ตัวเองดีว่าไม่ได้เกิดมาเพื่อครองเรือน แม้แต่การมีรักครั้งแรกของผม ผมก็ต่อสู้ เพื่อไม่ให้มีรักเกิดขึ้น พยายามห้ามใจตัวเอง จนบางครั้งคนที่ผมชอบ คิดว่าผมไม่สนใจเธอด้วยซ้ำไป และรักครั้งนั้นก็จบลง ตอกย้ำความมั่นใจผมอีกครั้ง ว่าผมไม่ได้เกิดมาเพื่อครองเรือน แต่ด้วยพันธะที่ต้องตอบแทนบุญคุณของแม่และพ่อ ผมจะต้องชะลอการตัดสิ้นใจที่จะบวชออกไปสักระยะหนึ่ง เพื่อตอบแทนท่าน แม้จะเป็นเวลาแค่เพียงสั้นๆ ไม่กี่ปี และผมจะบอกกับท่านว่าชีวิตผมต้องการอะไร เมื่อถึงเวลานั้นท่านทั้งสองจะต้องเข้าใจ และเคารพในการตัดสินใจของผม ยิ่งถึงวันนั้นเร็วเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีกับทั้งตัวผมเอง ตัวแม่เอง ตัวพ่อเอง และคนที่ใกล้ชิดผม วันนี้ผมได้เตรียมตัวเตรียมใจเริ่มศึกษาและปฏิบัติ ได้แต่หวังว่าวันหนึ่งตัวผมจะพาท่านไปสู่ภพภูมิที่ดี ก่อนท่านจะสิ้นได้พาท่านจูงท่านมาพบสิ่งที่เรียกว่าแก่นของพระพุทธศาสนาว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนอะไร แม้วันนี้ท่านจะดูยังไม่สนใจนัก แต่ผมก็เริ่มพยายามทีละนิดแล้ว โดยเริ่มเปิดMP3ธรรมะฟังในตอนที่ท่านพักผ่อนแบบว่าผมฟังและท่านต้องได้ยินด้วย ชวนแม่สวดมนต์ทุกวันก่อน แต่พ่อนี่พยายามหยอดวันละนิดวันละหน่อย เพราะท่านยังดูติดในเรื่องกามารมณ์อยู่ คือ กิน กาม เกียรติ ต้องหาเรื่องหาโอกาสพูดอยู่เรื่อย เรียกว่ากระเทาะกำแพงใจที่ปิดกั้นเรื่องการหันมาปฏิบัติธรรม ที่จริงท่านทั้งสองท่านก็ทำดีอยู่แล้ว เป็นครูสอนนักเรียนอานิสงค์ของการเป็นครูมันก็มากพออยู่แล้ว แต่นะก็ยังอยากให้ท่านมีความสุขจากการเข้าถึงสุขที่ได้จากการปฏิบัติธรรม ผมเชื่อว่าผมจะต้องทำสำเร็จ โดยเริ่มจากตัวผมเอง ทำให้เขาเห็นก่อน ว่าการปฏิบัติธรรมมันดียังไง นี่คือสิ่งสูงสุดที่ลูกคนนี้อยากจะตอบแทนพระคุณ อยากเห็นท่านไปสู่สุขคติ ปิดทางอบาย ให้ท่านได้พบความสุขที่แท้จริงจากการปฏิบัติธรรม ไม่ใช้สุขจากเรื่องวัตถุ แต่เป็นสุขที่เกิดจากภายในจิตใจของท่านเอง บทความบทแรกนี้ก็เขียนได้ยาวน่าดู ที่จริงมันเยอะกว่านี้ แต่การถ่ายทอดของผมเองนั้นก็ยังมีข้อเสียอยู่ ที่เรื่องราวไม่ปะติดปะต่อนัก กลับไปกลับมาดูวกวนอยู่บ้าง ต้องแก้ไขไป นักเขียนหน้าใหม่อย่างเรา ต้องเรียนรู้อีกเยอะ 

Posted on 01/08/2008, in ความรัก, เรื่องทั่วไป. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: