อยากทำให้เป็นนิสัย

     เดือนนี้ก็จะสิ้นอยู่แล้ว พึ่งจะทำบุญด้วยการตักบาตรไป ๖ ครั้งเอง ตั้งใจว่าจะทำสัก ๑๑ ครั้ง แสดงว่าเหลืออีก ๕ ครั้ง กับเวลาที่เหลืออีก ๑๐ วัน  วันนี้ผัดกระเพราแต่เช้า ฮัดเช้ยกันแต่เช้าเลย เป็นกระเพราหมู กะไว้จะทำแต่เมื่อวานนี้ แต่เมื่อวานดันตื่นสายเลยไม่ได้ทำ เรื่องฝีมือในการปรุงนั้นหรอ น่า! เอาเป็นว่าทำกินเองบ่อยๆ อร่อยแล้วกัน(ทำกินคนเดียวเพราะอยู่คนเดียว) นานๆทีจะไปทำให้คนอื่นกินที่บ้าน เพราะมีพี่สาวเก่งอยู่แล้ว(มันก็แพ้ทางกันเรื่องผัดบางอย่าง) เขาว่าคนชอบกินอะไรชอบทานอะไรก็ควรหัดทำอาหารชนิดนั้นให้เป็น(เอาที่พอทำได้นะ)ก็ขอให้มีอาหารที่เราถนัดทำสักสามสี่อย่างก็ยังดี มันจะได้เกื้อกูลตัวเองและคนอื่นได้บ้าง  ทีนี้มาว่ากันต่อ รู้ไหมว่าอานิสงส์ของการใส่บาตรที่ผมเห็นได้ชัดเจนเลยก็คือได้กินข้าวแต่เช้า เช้าแค่ไหน? ก็คือใส่บาตรเสร็จปุ๊บได้กินปั๊บเลยทีเดียว ประมาณ หกโมงเช้า วันไหนไม่ได้ใส่บาตรก็ไม่ได้กินข้าวแต่เช้าขนาดนี้ นี้คืออานิสงส์ที่ได้รับอย่างแรก อย่างอื่นล่ะ ช่างมันอย่าไปหวังอะไรมาก แต่ก็มีบางเรื่องที่คิด หรืออดที่จะคิดไม่ได้ ถึงพระว่าท่ามมีภูมิจิตภูมิธรรมแค่ไหน บวชแล้วศึกษา ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบแค่ไหน พยายามที่จะหลุดพ้นจากอาสาวะกิเลสที่คนอย่างเราๆ ละได้ยากนั้น ท่านละวางได้ดีขึ้นหรือป่าว และก็มีอีกหลายเรื่องที่ยังค้างคาใจ แต่ก็จะบอกกับตัวเองเสมอว่านั่นมันเรื่องของท่าน เรื่องของเราก็มีคือละความตระหนี่ที่มีในตนออกไป จากเดิมมันมีมาก ก็ให้มัดลดน้อยลง เรื่องการทำถูกเนื้อนาบุญหรือไม่ก็ขอให้มันเป็นเรื่องโชควาสนาบารมีแล้วกัน ไม่แน่วันหนึ่ง(ชาตินี้หรือชาติหน้า)เราก็อาจเป็นผู้ออกบวชซะเอง ถึงวันนั้นถ้าบารมีเราสร้างมาดี วิมุตติก็คงจะเกิดกับเรา นั่นคือสิ่งที่จะอธิฐานเสมอเวลาทำบุญ คือ ขอให้เป็นปัจจัยต่อพระนิพพาน(นิพฺพาน ปจฺจโยโหตุ) ถึงแม้วันนี้การปฏิบัติของเราจะยังย่อหย่อน ไม่ค่อยเห็นผลในตอนนี้ อย่างน้อยก็จะมีทานที่ควรที่จะทำให้มาก มากขึ้นตามกำลังสติปัญญาเท่าที่พอจะทำได้ และเมื่อทำแล้วไม่เดือดร้อนหรือเสียดายภายหลัง ศีลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยากทำให้บริสุทธิ์ ให้มันละเอียดขึ้น ศีล ๕ ของเรานี่แหละ คอยระวังไป ก็ใช่ว่าจะไม่ให้มันผิดเอาซะเลย แต่ให้ค่อยละไป ค่อยเว้นไป จากเคยผิดมาก ผิดบ่อยๆ ก็ให้มันลดลงๆ และถือเอาสิ่งที่เรียกว่าเทวธรรม แปลว่าธรรมของเทวดา คือ หิริ โอตัปปะ ละอายชั่ว กลัวบาป ที่เรียกอีกอย่างว่า ธรรมคุ้มครองโลกคอยกำกับเอาไว้ อะไรที่จะเดือดร้อนคนอื่นหรือตัวเองภายหลัง ก็อย่าทำ ยับยั้งชั่งใจให้ดี คิดพิจารณาให้ดีก่อนแล้วจึงทำ ส่วนเรื่องที่เหนือไปกว่านั้น สูงขึ้นไปกว่านั้นคือ การทำจิตใจของเราเองให้บริสุทธิ์ สะอาดขาวรอบขึ้น ไม่ต้องไปดูคนอื่นที่ไหน ดูตัวเราเองนี่แหละ กำหนดรู้ตัวเอง คือสตินั่นเอง  มีสติคือความระลึกได้ ดีแล้ว ก็มาฝึกสมาธิ ปัญญาด้วยการฝึกเจริญภาวนา สมถภาวนาสร้างสมาธิเกิดขึ้น และใช้วิปัสสนาสร้างปัญญาขึ้นแม้มันเป็นเรื่องที่ลำบากอยู่ ต้องอาศัยผู้รู้คอยชี้แนะชี้นำ บอกอุบายให้ ก็นับเป็นเรื่องยากที่จะหาครูบาอาจารย์ที่ชี้ทางให้ถูกจริตกับเรา เรียกว่า มันเป็นเรื่องที่บอกสอนให้เข้าถึงปัญญารู้แจ้งแทงตลอดในธรรมนั้นยากอยู่ แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่ได้กันเสียเลย เข้าถึงไม่ได้กันเสียเลย ผมยังเชื่อว่าวันนี้ยังมีผู้บรรลุธรรม คือ มรรค๔ ผล๔ นิพพาน๑ (พูดแบบย่อๆ)(คือโลกุตรธรรม ๙) อยู่ในเมืองไทยเรานี้ ตอนนี้ ยุคนี้ อาจจะน้อยหน่อย หายากหน่อย คาดเดาได้ยากด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัตตัง เป็นของที่เกิดขึ้นเฉพาะตัว เฉพาะบุคคล ปัญญาอย่างเราไม่รู้ชัดในเรื่องนี้หรอก ได้แต่คาดเดาเท่านั้น และคนจำนวนมากยังเข้าใจผิดในเรื่องนี้อยู่ คือ มีศรัทธาแต่ไม่มีปัญญากำกับ คิดว่าพระองค์นั้นดี ก็ไป แห่กันไป ที่ไหนที่คิดว่าท่านไม่ดีไม่เข้าท่าก็ไม่เอาเลย มันก็เลยวุ่นทั้งโยมทั้งพระ คิดมากไปกันใหญ่ แล้วจะไปหาความสงบอยู่กันที่ตรงไหน สรุป คือเราไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร(ยังโง่อยู่)นั่นเอง ฉะนั้นต้องพิจารณาให้ดีๆ เมืองไทยยังคนที่อาศัยศาสนากอบโกย อาศัยศาสนาหาลาภสักการะ ดูเหมือนเป็นผู้ละทางโลก แต่โดยแท้ไม่ได้ขัดเกลากิเลสของตัวเองให้เบาบางลงเลย แต่กลับพอกพูนกิเลสของตัว แบบนี้ก็มีอยู่ ขอให้พิจารณาให้ดี อย่าหลงงมงาย ในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการปฏิบัติของตัวผมเองนั้นนะหรอ  ก็ยังมีความเพียรปฏิบัติเรื่องนี้น้อยอยู่คือ ทาน ศีล ภาวนา ขาดความสม่ำเสมอตรงนี้เป็นจุดอ่อนเลยก็ว่าได้ เพราะยังมีพละ ๕ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา น้อยอยู่ โดยเฉพาะศรัทธา ตัวแรกที่จะทำให้เราเกิดวิริยะ คือความเพียร ไปตามลำดับ ตอนนี้สิ่งที่ต้องสร้างให้มากคือ ศรัทธา ศรัทธาอะไร ก็คือศรัทธาในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เชื่อในการตรัสรู้ เชื่อในพระธรรมคำสอนของพระองค์ ตอนนี้คงเน้นอ่านเรื่องคำสอน ศึกษาเรื่องราวอริยสาวกทั้งหลาย จากครูบาอาจารย์ต่างๆ เป็นบทความบ้าง เป็นตำราบาง เสียงที่บันทึกไว้บ้าง พระคำภีร์บ้าง(อาจจะยากไป) ที่มีการขยายความไว้ โดยผู้แตกฉานอันนี้น่าจะอ่านเข้าใจมากกว่า ศึกษาจนเกิดศรัทธา จนอยากจะน้อมนำคำสอนทั้งหลายมาปฏิบัติให้เห็นผลจริง เมื่อเห็นผลก็จะเกิดพละขึ้นไปตามลำดับ ผมเชื่ออย่างนั้นนะ และสิ่งที่เรียกว่าคำสอน หรือพระธรรมนั้นจะถูกถ่ายถอดกันมาไม่ได้เลยถ้าขาดเหล่าสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนามาจนถึงรุ่นของเรา ผมเชื่อว่า เมื่อทางมีอยู่ คือ มรรคมีอยู่พระพุทธศาสนาคงไม่สิ้นพระอริยเจ้า(พระโสดาบันขึ้นไป) พูดเรื่องทำบุญคือ ทาน ด้วยการตักบาตร  ไฉนเลยยาวมาถึงขนาดนี้ได้ไง เอาเป็นว่าทานเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย แต่เวลาทำก็ให้ทำด้วยปัญญา ไม่ใช่ทำไปด้วยกิเลส ก็คือมีปัญญากำกับนะ บุญไม่ใช่จะมีแต่ทานเท่านั้น ดังที่ได้อธิบายมาแล้วว่าบุญที่ยิ่งกว่าทานนั่นก็มีอยู่ คือบุญที่เกิดจากการรักษาศีล บุญที่เกิดจากการภาวนา ที่เราเรียกกันว่า บุญกิริยาวัตถุ ๓ หรือบางที ก็จะมีการแยกจำแนกออกเป็น บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ อีก ก็ขอให้พากันศึกษาเรื่องบุญกันบ้าง จะได้รู้จักการทำบุญที่ถูกต้อง ไม่หลงงมงาย ไม่ทุกข์ภายหลังการทำบุญ มันจะกลายเป็นคนหลงบุญไป การทำบุญควรทำสม่ำเสมอให้มันเป็นอุปนิสัยติดตัวข้ามภพข้ามชาติ(เอาแค่ชาตินี้ให้มันต่อเนื่องไปจนกว่าจะหมดลมหายใจในชาตินี้ ชาติหน้าว่ากันใหม่) จนกว่าจะถึงฝั่งคือนิพพาน(ตามหลักพระพุทธศาสนา) วันนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว(แหมๆ) ก็เขียนมายืดยาวแล้ว ไว้มีโอกาสจะมาสาธยายธรรมใหม่ 55 สวัสดี

Posted on 21/05/2009, in พูดเรื่องบุญ. Bookmark the permalink. 2 ความเห็น.

  1. อนุโมทนาบุญด้วยจ้า กับความตั้งใจดีๆ เมื่อก่อนเราก็ทำบุญ ด้วยกิเลสพาไปโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ก็เริ่มมองเห็นตัวบงการแล้วก็จะมีความแยบคายในการทำบุญมากขึ้น ทำอย่างมีเหตุผล และไม่เกินกำลัง ตอนนี้เราเองก็พยายาม ที่จะทำให้ครบทั้งทาน ศีล ภาวนา ในทุกๆ วัน ค่อยสะสมไปทีละนิดๆ ไม่คิดถึงผล (แต่ก็มีบ้าง แหะๆ ยังไม่ยอมปล่อย)ท้อบ้าง แต่จะไม่หยุดแน่นอน😀

  2. ดีแล้วครับ ทำต่อไปนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: