อุบายการพิจารณาด้วยปัญญา

ภาค ๓
ข้ามกระแส

F2F4C_meditation       ขอทำความเข้าใจกับนักปฏิบัติดังนี้ การพิจารณาด้วยปัญญานั้นจะพิจารณาได้ทุกอิริยาบถ จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ก็ใช้ปัญญาพิจารณาได้ทั้งนั้น และก็เป็นอุบายการพิจารณาอย่างเดียวกัน ส่วนอุบายที่นำมาพิจารณานั้นต้องอาศัยเหตุการณ์ที่เป็นหลักความจริงและพิจารณาให้ลงสู่ไตรลักษณ์ทุกครั้งไป
      การพิจารณากายต้องยึดเอาธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ มาเป็นต้นเหตุ  และอาศัยสัญญา  สมมติเป็นแนวทางของปัญญาไปก่อน ถ้าไม่อาศัยสัญญาและสมมติเป็นเหตุแล้ว การใช้ปัญญาก็จะขยายออกไปไม่ได้ เหมือนกันกับเด็ก ถ้าไม่มีที่เกาะพอพยุงตัวช่วยแล้ว การยืน การเดิน ก็จะล้มตัวได้ง่าย ถ้ามีที่เกาะพอพยุงช่วยตัวเองได้ เด็กก็จะค่อยๆฝึกตัวเองให้ยืน เดินไปได้จนกว่ากำลังกายและความชำนาญพร้อมแล้ว ถึงจะไม่มีสิ่งอื่นช่วยก็ลุกเดินไปได้โดยกำลังตัวเองอย่างคล่องนี้ฉันใด การฝึกปัญญาในช่วงแรกนั้น ก็ต้องอาศัยสัญญาและสมมติมาเป็นหลัก เพื่อเป็นสนามฝึกให้ปัญญาเกิดความเคยชินและชำนาญในการค้นคิดให้ถูกกับความเป็นจริง เรียกว่าจริงสมมติฉันนั้น
      ถึงจิตยังไม่ยอมรับความจริงตามปัญญาก็ตาม การพิจารณาก็ต้องค้นคิดกันไปอย่างต่อเนื่อง เหมือนเด็กที่เรียนหนังสือในขั้นต้น เด็กยังไม่เข้าใจในหลักการและยังไม่เข้าใจในการสอนของครู แต่ครูก็ต้องสอน อธิบายวิชาต่างๆให้เด็กฟังอย่างซ้ำๆซากๆหลายครั้งหลายหนจนเด็กเกิดความเคยชิน ความรู้และวิชานั้นๆครูสอนไปอย่างไร ความเข้าใจของเด็กก็จะค่อยซาบซึ้งเข้าไปในหัวใจเด็กได้นี้ฉันใด การใช้ปัญญาสอนจิตก็ต้องอาศัยความหมั่น ความขยัน ประกาศความจริงที่มีอยู่ในร่างกายให้จิตได้รู้ได้เห็นให้เป็นไปตามความเป็นจริงอยู่ตลอดเวลา และใช้สัญญาจดจำส่วนของร่างกายมากำหนดรู้ภายในจิต และแยกแยะร่างกายแต่ละส่วนออกมาดูโดยสมมติ แล้วกำหนดร่างกายส่วนนั้นๆให้เป็นไปตามไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาทุกครั้งไปฉันนั้น
      เพื่อให้เป็นหลักฐานยืนยันว่าร่างกายนี้ต้องเป็นอย่างนี้ ทั้งร่างกายเราและร่างกายของคนอื่น ตลอดจนสัตว์ดิรัจฉานทุกประเภท ก็พิจารณาด้วยปัญญาให้ลงสู่ไตรลักษณ์นี้ทั้งหมด เพราะร่างกายเราและร่างกายเขาก็มีธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกันทั้งนั้น จะเป็นธาตุขันธ์ในอดีตหรือธาตุขันธ์ที่จะมีในอนาคตก็เหมือนกันกับธาตุขันธ์ในชาติปัจจุบัน และเป็นไปตามสภาพของไตรลักษณ์และเป็นหลักความจริงและยืนตัวในโลกนี้ตลอดไป ไม่ว่ายุคกาลไหนๆ

หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

Posted on 16/06/2009, in ทวนกระแสโลกพบกระแสธรรม. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: