ไหมมัดหมี่

 

      ไหมมัดหมี่มีมาแต่โบราณ ผมเกิดมาก็เห็นคนใหญ่ เช่น ย่า ยาย ของผมเองทำมา และคงจะทำมานานแล้ว จากรุ่นสู่รุ่น มีขั้นตอนการทำหลายขั้นตอน กว่าจะได้ไหมออกมาเป็นเส้นยาวๆ สีเหลืองทอง ไหนจะต้องผูกลาย ไหนจะต้องย้อม ไหนจะต้อง กรอสายไหม ไว้ใส่กระสวย ไหนจะต้องเตรียมที่นั่งทอ ไหนกว่าจะทอเสร็จ ที่พูดมามันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ต้องอาศัยความปราณีต ความใจเย็น ความอดทนสูง งานนี้จึงเหมาะที่จะเป็นหน้าที่ผู้หญิง ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสเข้าไปทำบ่อยนัก ที่เคยทำก็คือกรอสายไหม นั่งหมุนๆ สายไหมม้วนใหญ่ๆ มาใส่ม้วนเล็ก นอกจากนั้นก็ได้แค่เป็นผู้ดู ดูอาทำ อาที่เก่ง คือ อาจุ๋ม แกจะทำบ่อยกว่าเพื่อน ลูกศิษย์เอกของย่า แถวละแวกบ้านใกล้เรือนเคียงก็มีอีกไม่กี่บ้าน แต่ก็จะกระจุกตัวอยู่ใกล้ๆกัน เช่น บ้านอาบูรณ์ บ้านอามิ บ้านอาสม อยู่ติดๆกัน ซึ่งคนเหล่านี้ก็เริ่มมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่จะมาสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมนี้ไม่ค่อยมี ลูกๆ ก็ไม่สนใจ เขาก็มีงานอย่างอื่นของเขาไป จำนวนคนทำผ้าไหมมัดหมี่ในหมู่บ้านของผมคงจะค่อยๆ ลดลง ล้มหายตายจากไปเป็นแน่เชียว

 

 
เครื่องช่วยกรอไหม

      ที่บ้านยาย ยายก็ทำตั้งแต่เป็นสาวๆทำจนไม่มีเรี่ยวแรงจะทำนูนแหละก็เลยเลิกไปลูกๆยายไม่มีใครทำแล้ว ยายจะใช้เวลาว่างหลังจากเสร็จจากทำไร่ทำนา อยู่บ้านก็จะมาทอผ้าไหมนี่แหละ ส่วนมากบ้านสมัยก่อนจะมีใต้ถุนบ้าน ไว้นั่งเล่น ไว้นั่งทำงานบ้าง ไว้เป็นคอกวัวบ้าง คอกควายบ้าง เลี้ยงไก่บ้าง สมัยนั้นทั้งบ้านย่า บ้านยายก็จะเป็นแบบเดียวกัน คือ ยกตัวบ้านสูง และมีใต้ถุนบ้านแบบที่ว่านี่แหละ เดียวนี้มันเปลี่ยนหมดแล้ว และบริเวณใต้ถุนนี่แหละเป็นฐานที่ตั้งของที่สำหรับตำหูก ตอนเด็กผมชอบไปนั่งเหยียบเล่นบ่อยๆ เวลาไม่มีใครอยู่ แต่ไม่กล้าสอดกระสวยเข้าไปเดี๋ยวเจอด่า ถ้าจะทำก็แค่ลองแต่ต้องมีเจ้าของคอยบอก และก็ทำนานไม่ได้ มันน่าเบื่อมาก อันนี้ยอมรับคนทำจริงว่ามีความอดทนสูง ที่นั่งทำอะไรๆแบบเดิมโดยไม่หนีไปไหนเป็นเวลานาน ผมนี่ใจจะขาดถ้าเป็นแบบนี้ ประเภทอยู่กับที่ ทำซ้ำๆ ถ้าใจไม่รักคงยากที่จะทำเนาะ ถ้าไปถูกตอนช่วงเขาสาวไหมจากหมอ แน่นอนเราจะต้องได้กินตัวดักแด้ต้ม ที่ได้จากการสาวไหม รสชาติมันๆ จิ้มเกลือ กินเล่นๆ อร่อย กินนานไม่ได้มันเลี่ยนนะ

 

 

      สมัยที่ปู่มีชีวิตอยู่ยังแข็งแรงอยู่แกจะมีบ่อปลา บ่อเพาะเลี้ยงปลาอนุบาล และใกล้กระท่อมเพาะเลี้ยงปลาก็จะมีโรงเลี้ยงหม่อนไหมหลังใหญ่เป็นอะไรที่เท่มาก แน่นอนว่าจะต้องปลูกต้นหม่อน เป็นสวนหม่อน ไว้เอาใบมาเลี้ยงตัวไหมตอนมันเป็นหนอน ผมเป็นเด็กจะได้ค่าจ้างจากการถากหญ้าในสวนหม่อน จากการกรอกดินสำหรับไว้ปักชำต้นหม่อนเป็นครั้งเป็นคราวๆไป พอทำงานเสร็จก็ไปรับค่าจ้าง ก็ไม่มากนะ แต่ก็ทำไปเพราะมันว่างช่วงปิดเทอม วันไหนว่างๆก็เดินเข้าไปหาเก็บผลจากต้นหม่อนมากินเล่น เปรี้ยวๆดี ตอนนี้ปู่ไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครสืบทอด ทุกอย่างรกร้างไป โรงเลี้ยงไหมเป็นโรงเก็บฟาง ที่พักเลี้ยงปลาเป็นคอกวัวไป ไม่มีอะไรเลยคงสภาพเดิมได้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาล ของมันเนาะ 

  
ที่เห็นริมขวาบนของภาพนั่นแหละ คือกระท่อมเพาะปลาและถัดไปทางซ้ายโรงเลี้ยงหม่อนเดิม
บริเวณบนซ้ายเคยเป็นสวนหม่อนแต่เดี๋ยวนี้ไว้ปลูกข้าว ได้ข้าวเยอะเพราะสภาพดินดี มีปุ๋ยเก่าและอาศัยการไถกลบฟาง
 

      และกว่าจะมาเป็นผ้าไหมที่สวยงามด้งรูปนี้ข้างล่างนี้ แต่ละผืนใช้เวลาตลอดสายนั้นนานนะครับ เดี๋ยวนี้ชาวบ้านที่ยังทอผ้าไหมอยู่ก็เลยเลือกที่จะไปซื้อไหมที่ทำเสร็จเป็นม้วนเกียวใหญ่แบบนั้นมาผูก มายอมเอา ไม่ต้องมานั่งสาวไหมจากหมอเอง ลดเวลาลงได้นิดหน่อย ผมมีภาพฝีมือของชาวบ้าน หมู่บ้านผมเอง ผมรู้จักหมดนั่นแหละ ก็คนบ้านเดียวกันแค่มองมากันก็เข้าใจอยู่ รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหนว่านักแค่ไหน หัวใจยังสู้ อยากมีคำปลอบโยน อยากมีคำปลอบใจ มีคำว่าสำบายดีบ่ให้กันเสมอ เด้อคนบ้านเฮา ฮิ้ว!  ผ้าสวยๆทั้งนั้น นี่แหละภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ใช้เป็นของฝาก ของไหว้ผู้ใหญ่ดีนักแล

ดู ผ้าไหมบ้านเรา

      อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย มานุ่งผ้าไทยนะครับ ไปงานบุญ งานกุศล ไปวัดไปวา อาราม ก็พากันนุ่งไป สวมไปเถอะครับ แม่ผมนี่แหละคนหนึ่งที่เวลาไปวัดมีโอกาสได้แต่งตัวสวยๆ อีกแบบหนึ่ง ชาวบ้านแถวบ้านผมนิยมแต่งกันอย่างนั้นเวลามีงานบุญที่วัด ถ้าเด็กๆมีคนใหญ่แต่งให้ ก็คงน่ารักดี ผมชอบนะ หากสาวๆแต่งบ้างก็คงน่ารักเข้าไปใหญ่ การแต่งตัวไปวัดด้วยชุดแบบไทยๆ ควรค่าแก่การรักษาไว้ แม้จะไม่ได้ทอ ไม่ได้ตัดเย็บเอง แต่ก็เป็นผู้สวมใส่ ก็ถือว่าได้ช่วยอนุรักษ์ผ้าไหมไทยแล้ว ทำให้ชาวบ้านผู้ผลิตมีรายได้ ถือเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง เพื่อให้อาชีพนี้ยังมีสืบต่อไป คนทำก็มีกำลังใจทำต่อไป เมื่อไทยไม่นิยมไทยแล้วอายต่างประเทศเขานะ เมืองไทยมีอะไรดีๆอีกเยอะ อย่าเป็นกบเฒ่านั่งเฝ้ากอบัว อย่าเป็นทัพพีไม่รู้รสน้ำแกง ใกล้เกลือก็ไปกินด่างซะ ผมกำลังพยายามที่จะบอกอะไร เออ ไปคิดเอาเองนะ

สุดท้ายขอฝากไว้

เมืองปราสาทหิน
            ถิ่นภูเขาไฟ
                       ผ้าไหมสวย
                                 รวยวัฒนธรรม

 เป็นคำขวัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่เชื่อก็ลองมาเที่ยว อีสานกำลังสีเขียวขอเซิญมาเที่ยวบุรีรัมย์.  

  

    

Posted on 30/07/2009, in วัฒนธรรม. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: