แข่งเรือยาว

      ช่วงออกพรรษานี้หลายที่หลายแห่งก็มีงานบุญประเพณีต่างๆ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่มีประเพณีหนึ่งที่สนุกมากๆ นั่นก็คือประเพณีแข่งเรือยาว ที่จะเริ่มมีการแข่งขันในช่วงเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนธันวาคม ที่จังหวัดบุรีรัมย์บ้านเกิดผมก็มีจัดทุกปี ที่ลำน้ำมูล อำเภอสตึกปีที่แล้วก็มีการแข่งช้างว่ายน้ำระหว่างช้างเมืองสุรินทร์ กับช้างบุรีรัมย์ คู่คี่สูสี เชียร์มันเลยว่างั้นเถอะ ผลปรากฎว่าช้างจากสุรินทร์ชนะหวุดหวิดได้รางวัลไปครอง(อ่อยให้เฉยๆเห็นว่ามาไกล)
 สำหรับประเพณีแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่บุรีรัมย์นั้นแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท มีประเภทเรือไม้ ก ไม่เกิน 55 ฝีพาย เรือไม้ ข ไม่เกิน 40 ฝีพาย และเรือโลหะ ไม่เกิน 36 ฝีพาย เรือดังจากลุ่มน้ำมูลบ้านเราชื่อว่า เรือศรีสตึก เมื่อวานเชียร์ผ่านหน้าจอโทรทัศน์ที่ไปแข่งที่จังหวัดสกลนครได้อันดับที่ 3 มาครอง หวังว่าแข่งที่บ้านตัวเองคงจะได้แชมป์นะ มาดูผลงานในอดีตกันหน่อย
ผลงานของเรือศรีสตึก
-ปี พ.ศ. 25431 (นามเรือพรเทพ)
 อันดับ 1  สนามเทศบาลสตึก  อ.สตึก  จ.บุริรัมย์ (นามเรือพรเทพ)
-ปี พ.ศ. 2532 (นามเรือพรเทพ)
 อันดับ 1  สนามเทศบาลสตึก  อ.สตึก  จ.บุริรัมย์ (นามเรือพรเทพ)
-ปี พ.ศ. 2533 (นามเรือพรเทพ)
 อันดับ 1  สนามเทศบาลสตึก อ.สตึก  จ.บุริรัมย์ (ครองถ้วยพระราชทานเป็นกรรสิทธิ์ใช้ ฝีพายขุนพล 33 จ.อุบลฯ)
-ปี พ.ศ. 2534 (นามเรือพรเทพ)
 อันดับ  2  สนามเทศบาลสตึก  อ.สตึก  จ.บุริรัมย์   
 อันดับ 3  สนามเทศบาลเมืองพิมาย  อ.พิมาย  จ.นครราชสีมา   
-ปี พ.ศ. 2545(นามเรือเทพสุริยะ)
               ไม่ประสบความสำเสร็จในการลงสนามในนามเทพสุริยะ
 -ปี พ.ศ. 2546(นามเรือเทพสุริยะ)
 อันดับ  1 สนามเทศบาลท่าตูม  อ.ท่าตูม  จ.สุรินทร์(โดยใช้ฝีพายนางคำปิว  ยุตแรกของโค้ชเบียส์)
 อันดับ  1 สนามเทศบาลสตึก  อ.สตึก  จ.บุริรัมย์ (โดยใช้ฝีพายนางคำปิว  )
-ปี พ.ศ. 2547(นามเรือเทพสุริยะ)
 อันดับ  1 สนามเทศบาลท่าตูม  อ.ท่าตูม  จ.สุรินทร์(โดยใช้ฝีพายนางคำปิว  )
 อันดับ  3 สนามเทศบาลสตึก  อ.สตึก  จ.บุริรัมย์ (โดยใช้ฝีพายนางคำปิว )
-ปี พ.ศ. 2548 (นามเรือเทพสุริยะ)
อันดับ  1(ใหญ่ ก2) สนามเทศบาลนครสวรรค์  อ.เมือง จ.นครสวรรค์ (โดยใช้ฝีพายนางคำปิว)
อันดับ  1 สนามเทศบาลท่าตูม  อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์(ครองถ้วยพระราชทานเป็นกรรมสิทธิ์โดยใช้ฝีพายนางคำปิว  ยุตแรกของโค้ชเหน่ง)
-ปี พ.ศ. 2549(นามเรือศรีสตึก และเทพสุริยะ)
 อันดับ  1 สนามเทศบาลท่าตูม  อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์(ใช้ฝีพายนางคำปิว)
 อันดับ  1 สนามเทศบาลสตึก  อ.สตึก  จ.บุริรัมย์(ใช้ฝีพายนางคำปิว)
 อันดับ  1 สนามเทศบาลนครนนท์  อ.เมืองนนท์  จ. นนทบุรี (ใช้ฝีพายนางคำปิว)
 อันดับ  1 (ใหญ่ ก2) สนามพระราม 8 กทม. (ใช้ฝีพายนางคำปิว)
-ปี พ.ศ. 2550(นามเรือศรีสตึก)
 อันดับ  1 สนามเทศบาลท่าตูม  อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์(ใช้ฝีพายนางคำปิว)
-ปี พ.ศ. 2551(นามเรือศรีสตึก)
 อันดับ  3 สนามเทศบาลท่าตูม  อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์(ใช้ฝีพายนางคำปิว)
-ปี พ.ศ. 2552 เรือศรีสตึก ออกเดินทางเข้าคลีนิคหมอเรือราชบุรี อู่ต่อเรือสงวน ศูนย์นพพา เมื่อ วันที่ศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2552
 และล่าสุดเพิ่งจะได้อันดับ 3 จากสนามแข่งเรือยาวฯ ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.สกลนคร เมื่อวานนี้เอง(1ต.ค52)
สำหรับการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานที่จังหวัดบุรีรัมย์นี้จะจัดในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
เรือยาวที่แข่งขัน

 

 

แถมนิดหนึ่งกับเรื่องราวในอดีตกับงานศิลปะ

      สมัยเป็นหนุ่มวัยละอ่อน(ม.3)ครูให้วาดงานประเพณีในจังหวัดบุรีรัมย์ด้วยสีน้ำมัน ผมเลือกงานแข่งเรือนี่แหละ เท่สุดๆ วาดรูปบนผืนผ้าครั้งแรก ครูไม่บอกเทคนิคอะไรเลย มั่วเองหมด วาดหารูปต้นแบบเท่ๆก็ว่าหายากแล้ว วาดเสร็จแล้ว ต้องละบายสี ผสมสีให้มันได้อย่างใจนี่ก็ยากแล้ว สีมันหนืดใช้น้ำมันสน น้ำมันลินสีด(เอาหมด)ผสม ผมเองก็ผสมเข้าไปซะเยอะ สีก็ไม่แห้งง่าย ละบายจนเสร็จ ตั้งทิ้งไว้ ตื่นเช้ามาสีไหลลงมาเป็นทาง โอ้ว! แม่เจ้า! ได้วาดใหม่ละบายใหม่ เป็นงานสีน้ำมันครั้งแรกที่จดจำจนวันตาย ครูสอนศิลป์ให้งานอย่างเดียวไม่เคยมานั่งสอนเทคนิคให้เลย ตอนนั้นมีเพื่อนเรียนด้วยกัน 5คน ถึงเวลาเรียนแกชอบให้ไปนั่งจดนั่งย่อ ประวัติงานศิลป์ รูปแบบงานศิลป์ ข้อมูลศิลปินแล้วแต่แกจะสั่ง บางทีก็นึกถามตัวเองนะว่าแกสอนอะไร เราก็ชอบนะศิลปะเนี๊ยะแต่ทำไมเราเหมือนเรียนรู้ด้วยตัวเองมาตลอดตั้งแต่เด็ก ครูสอนศิลปะสมัยประถมที่พอเป็นแบบเป็นอย่างก็ไม่มี แต่อาจารย์ที่ผมเรียนด้วยท่านนี้ก็พอเป็นแบบอย่างได้ในเรื่องของผลงาน เราอาศัยได้ดูรูป ได้ผลงานจากแก แนวที่แกถนัดคือ ภาพวาดลายเส้น วาดออกมาด้วยลายเส้นให้เกิดแสงเงา(เห็นเป็นเส้นจริง)โดยใช้หมึกแบบที่ว่าใช้หัวปากกาจุ่มหมึกนั้นแหละ วาดผิดลบไม่ได้ด้วย แต่ว่าไปเรียนกับอาจารย์ท่านนี้เหมือนไม่ได้อะไรแต่ก็ได้อยู่นั่นแหละ อย่างน้อยก็รู้จักการวาดภาพสีน้ำมัน ที่เป็นงานที่บรรดาศิลปินชอบวาดกัน อย่างน้อยเราก็ได้มีโอกาส เริ่มต้นกับงานสีน้ำมันและพัฒนาเทคนิคด้วยตัวเอง

 

Posted on 02/10/2009, in ประเพณี. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: