บ้านนอกเข้าเมืองวันเด็ก

วันเด็กเมื่อสมัยวัยละอ่อนมีเหตุการณ์ตอนหนึ่งที่ประทับใจมากเป็นเหตุการณ์ที่ตื่นเต้นของคนหลายคน ตัวเองก็ใจเต้นตุบๆต่อมๆเหมือนกันตอนนั้นเป็นนักเรียนบ้านหนองไผ่ใหญ่ไปเที่ยวงานวันเด็กที่สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์ช่วงทำกิจกรรมทำอะไรบ้างก็ลืมแล้ว แต่จำได้ตอนช่วงจะเปลี่ยนสถานที่ไปสวนสัตว์(สมัยนั้นมีสวนสัตว์)ช่วงบ่ายๆหลังกินข้าวเสร็จ เราก็ขึ้นนั่งท้ายรถกระบะพ่อตัวเองนี่แหละ เพื่อนก็ขึ้นรถหมดแล้ว ไอ้เจ้านี่ดันเห็นรถขายไอติมกะทิ เห็นแล้วน่ากินเลยกระโดดลงมา ขณะกำลังซื้อรอคนขาย รถดันวิ่งออกไป เราก็ยังใจเย็นนึกว่าเพื่อนบนรถจะบอกพ่อเราบ้าง พอได้ไอติมแล้วมองดูรถอีกทีไม่มีทีท่าว่าจะผ่อน เราก็รีบเดินตาม จากตามเปลี่ยนเป็นวิ่ง (นึกในใจแกล้งลูกหรือเปล่า) เราวิ่งตามรถเห็นๆ ไอ้เพื่อนที่อยู่ท้ายรถไม่ยอมทำอะไรเลยให้รถหยุดหรือว่าไม่รู้ไม่เห็นแบบว่ามันเกิดขึ้นเร็วมาก เอาล่ะไอติมดูท่าจะไม่อร่อยซะแล้ว วิ่งตามจนรู้ว่าหมดสิทธิ์แล้วเป็นที่แน่นอนว่า ฉันตกรถ เหงื่อแตกสิครับ ไอติมก็เริ่มละลายเลอะมือ แต่ก็ยังกินได้จนหมด สวนสัตว์ไปทางไหนละคุ้นๆอยู่นะ เดินตรงไปก่อนแล้วกัน เดินใจเสีย คอตก ไปเรื่อย เมืองบุรีรัมย์ก็แค่นี้ มันต้องเจอสิ เดินผ่านหน้าศาลากลาง ผ่านสามแยกต้นสัก เจอพี่ตำรวจ จะถามก็อาย(กลัวเขารู้หลง)หน้าตาเราก็ไม่ได้ดูเซอเด๋อด๋า ผมเป็นเพียงแค่คนเดินผ่านมาครับ ที่จริงถึงตรงนี้ผมน่าจะเดินเลี้ยวซ้ายเดินไปอีกนิดแล้วเลี้ยวขวาก็ถึง แต่ผมไม่ครับ เดินเยสถานีตำรวจไปจนถึงสี่แยกแล้วจึงเลี้ยว เดินไปเดินมาถ้าไม่เจอใครในใจก็คิดว่าจะไปหาอาที่บ้านในเมือง ซอยเข้าสวนสัตว์อยู่ไหนหนอเดินมาถึงตลาดผลไม้เก่าแล้ว อยู่ไหนหว่าเด็กก็เยอะ เริ่มงงแล้ว พอดีมีคนเดินตามมาเขาคุ้นหน้าว่าลูกใคร หนอจึงเดินเข้ามาทักมาถาม เอ้าลูกพี่เดือนนี่หว่าไปไงมาไงละเนี๊ยะ ในขณะที่พ่อกับแม่ เริ่มกลุ้มแล้วหาลูกไม่เห็น ช่วงนั้นไม่ได้มีโทรศัพท์เหมือนตอนนี้ด้วย พ่อก็ขี่รถออกตามหา แม่ก็รอแถวนั้น ส่วนคณะนักเรียนนั่งรถสองแถวคันใหญ่กลับหมดแล้ว กลับมาที่ผมอีกครั้งอาผู้หญิงก็พาเดินตามหา แบบว่าแถวนี้มันแคบมากหลังจากเจอกับอาคนที่ว่านี้ แบบว่าตดไม่ทันหายเหม็นก็เจอแม่กำลังเดินเจอกันพอดี โล่งอกไปทีเนาะเด็กหลง อย่างไม่น่าที่จะหลง ไอ้เมืองนี้ก็เข้ามาบ่อยอยู่นะ ถนนก็ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนจังหวัดอื่น เรียกว่าเมืองบุรีรัมย์มันแคบ เจอคนรู้จักกันง่าย ดีที่ไม่หลงจนมืด แต่ยังไงหากไม่เจอใครกลับถูกอยู่ดี(จริงอะป่าว?) อย่างน้อยก็บ้านในเมืองนั่นแหละ จบแล้ว ต่ออีกนิด
     กับวันเด็กครั้งสุดท้ายสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ซ้อนท้ายพี่ชายไปที่ราชภัฏเพื่อไปล่ารางวัล(คิดว่าครั้งนั้นจะเป็นวันเด็กครั้งสุดท้ายของตัวเองก่อนทิ้งวันนี้ไว้ป็นความทรงจำสุดท้ายสำหรับวันเด็ก) สิ่งที่เตรียมไปตอนนั้นคือเพลงแร๊ปโจอี้บอย ลอยทะเลได้ทั้งเพลง เตรียมไปอย่างดี ร้องมันทุกเวที วิ่งรี่ขึ้นเวทีไว้ก่อน ยิ่งโตยิ่งด้าน ตอบคำถาม โชว์ก็ว่าไป ความสามารถเดิมคือร้องเพลงแร๊ปนี่แหละเจ๋งสุดๆแล้ว เล่นไปเรื่อยจนออกไปนู้นสถานีวิทยุ ได้ขนมรางวัลเต็มเป้เลย ได้ชุดไม้แบดมินตันยัดใส่กระเป๋าสะพายแล้วอย่างเท่เลย ฉายเดี๋ยววันนั้นพอบ่ายก็กลับเข้าไปหาพี่ รอพี่เก็บของ เสร็จแล้วจึงกลับบ้าน  วันวานยังหวานอยู่ ต่อไปก็คงพาหลานไปเที่ยวงานบ้าง ถ้าแม่มันไม่ว่างพาไป

Posted on 09/01/2011, in วันวานเล่าขานสู่กันฟัง. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: