โรงงานผลิตทุกข์คือสมุทัย

      โรงงานนี้นับตั้งแต่เขาได้เข้ามาตั้งรากฐาน  ขยายผลงานออกมาแต่ละชิ้น ไม่ว่าชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ย่อมเป็นผลที่ออกมาเป็นทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น ทั้งมนุษย์และสัตว์ย่อมได้รับผลในประเภทเดียวกัน เพราะโรงงานนี้เป็นโรงงานผลิตทุกข์โดยเฉพาะ วัตถุดิบที่หามาได้มากน้อยเท่าไรก็เอาเข้าโรงงานนี้ทั้งหมด สังขารคือความปรุงแต่งก็แยกแยะออกไปเป็นชิ้นเป็นส่วนออกวางตลาดโลก มีราคะ มีความโลภ ความโกรธ ความหลงหรือแผนกอื่นเป็นผู้รับผิดชอบไป แต่มีอุปาทานเป็นผู้ควบคุมโรงงานและผลของงานทั้งหมดนี้
      มนุษย์และสัตว์ในโลกนี้จึงได้รับผลคือความทุกข์ด้วยกันอย่างทั่วถึงและบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า เรามีความทุกข์กึกก้องไปทั่วโลก ถึงจะมีสภาวทุกข์คือทุกข์ปะจำขันธ์ที่เป็นของตายตัวแล้วยังไม่พอ ก็ยังมีปกิณณกทุกข์คือ ทุกข์จรมาแฝงอยู่ในจิตโดยเฉพาะทีนับประเภทไม่ได้ ทุกข์นี้ก็มารวมอยู่ที่จิต จึงเรียกว่าธรรมารมณ์ที่ไม่สมปรารถนากับความต้องการ เช่น เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา หรือสามีภรรยาคิดนอกใจ ไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัว บุตรธิดาไม่อยู่ในอำนาจเชื่อฟังของพ่อแม่ หรือถูกคนอื่นกลั่นแกล้งโดยวิธีต่างๆ และทางที่จะทำให้จิตเป็นทุกข์ยังมีอีกมาก
      ถึงจะมีความสุขอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่คุ้มค่าในผลแห่งความทุกข์อยู่นั่นเอง พระพุทธเจ้าจึงได้ยกเอาความทุกข์ที่ให้ผลประจำวันขึ้นมาเป็นข้อแรกเพราะความทุกข์นี้ทุกคนย่อมได้รับผลและก็เป็นทุกข์ส่วนหยาบๆ แต่ก็เป็นผลพอที่จะค้นหาสาเหตุแห่งทุกข์ได้ ถ้าหากจะมาละทุกข์ในปลายเหตุนี้ ไม่มีใครในโลกนี้ละได้ เพราะสมุทัยผลิตทุกข์ออกมาไม่ขาดระยะ ผลที่ออกมาก็เป็นทุกข์อยู่ตลอดไป

หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

Posted on 02/05/2011, in ทวนกระแสโลกพบกระแสธรรม and tagged , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: