ทำนาแบบใหม่

      จากป้ายก็บอกว่าเป็นแปลงนาสาธิต ก็คือแปลงนาที่ทำเป็นตัวอย่าง แสดงให้เห็นวิธีการทำนา ขบวนการต่างๆ รวมไปถึงองค์ความรู้ที่นำมาบริหารจัดการแปลงนาผืนนี้
      การทำแปลงนาแปลงนี้เป็นการทำแปลงนาแบบเกษตรอินทรีย์ อาศัยการไถ่กลบตอซังข้าวเพื่อสร้างอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ซึ่งหลังจากการเก็บเกี่ยวตอซังจะทำหน้าที่คลุมดินเพื่อรักษาความอุดมบูรณ์ของผิวหน้าดินเอาไว้ เมื่อใกล้ถึงฤดูทำนาก็ทำการไถกลบตอซังรวมไปถึงเศษพืชใบไม้ต่างๆหรืออาจจะมีการโรยด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักไว้ด้วยก่อนที่จะไถกลบตอซังแล้วทิ้งไว้สักระยะเวลาหนึ่งเพื่อรอการย่อยสลายของวัตถุธาตุ ประมาณ 20วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเศษวัสดุธรรมชาติที่ไถกลบ อุณหภูมิ และความชื่นของสภาพอากาศด้วย เมื่อตอซังข้าวและเศษวัชพืชอะไรต่างๆย่อยสลายดีแล้ว หลังจากนั้นก็ทำการไถ่แปร การไถแปรก็จะเป็นการพลิกดินที่ถูกกลบขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งทำลายวัชพืชที่ขึ้นมาใหม่ให้ลงไปย่อยสลายในดินเป็นปุ๋ยเพิ่มเติมอีกด้วยและเป็นการย่อยดินให้มีขนาดเล็กลง จำนวนการไถแปรก็ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของวัชพืชลักษณะดินและระดับน้ำในพื้นที่และขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนด้วย แต่โดยทั่วไปจะไถพียงครั้งเดียว ถ้าจะทำนาดำจะต้องมีน้ำพอที่ไถคราดได้ สำหรับปีนี้นาแปลงนี้ไม่ได้ดำเหมือนอย่างปีที่แล้ว จึงตัดการไถคราดออกไป

      หลังจากเตรียมดินอยู่ในสภาพตามภาพข้างบนนี้แล้ว รอฝน รอดูการงอกต้นข้าว โดยไม่ต้องหว่านให้เปลืองเวลาเปลืองพันธุ์ข้าว จึงมีคำถามตามมาว่าแล้วแล้วต้นข้าวจะงอกมาจากไหน คำตอบคือ ต้นข้าวที่งอกมานั้นเป็นเมล็ดข้าวที่ร่วงหล่นจากการเก็บเกี่ยวปีที่แล้วนั่นเอง เมื่อฝนตกมาเป็นอย่างไรบ้าง ตามรูปข้างล่างนี้เลย

      แปลงนาสาธิตสำหรับการทำนาแบบประหยัด

      จะเห็นว่าต้นข้าวงอกขึ้นมาได้เสมอมาก แทบจะไม่ต้องซ่อมเลย ถ้าจะซ่อมก็รอให้ข้าวในแปลงนี้โตอีกสักหน่อยแล้วค่อยหากล้ามาปักดำแซมลงไป แต่สำหรับแปลงสาธิตนี้เห็นทีว่าคงจะไม่ต้อง บางทีอาจจะดีกว่าคนหว่านก็อาจเป็นได้ และถ้าหากฝนฟ้าเป็นใจนาแปลงนี้อาจจะไม่ต้องทำอะไรอีกเลย รอการเก็บเกี่ยวเลยทีเดียว เพราะดินแปลงนี้สมบูรณ์มาก
      ประโยชน์ของการทำนาแบบอินทรีย์อาจจะเห็นผลช้าหน่อยอย่างน้อยๆก็สองสามปีขึ้นไปและจะเป็นผลดีในระยะยาว ดินจะมีแร่ธาตุสะสมมากซึ่งต่างกับการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งทำให้ดินค่อยๆเสื่อมคุณภาพลงไปทีละน้อยในแต่ละปี แถมต้นทุนราคาปุ๋ยยังสูงมาก ทำให้เกษตรกรยืนอยู่บนความเสี่ยงของการขาดทุน หรือหากจะได้ก็ได้ไม่คุ้มเสียกับการลงทุน และทุกวันนี้ชาวนาอยู่ในขั้นตอนขบวนการน้อยมาก เราพึ่งแรงงานเครื่องจักรเราพึ่งพลังงานน้ำมันซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรายจ่ายทั้งนั้น ทางที่ดีอะไรที่จะสามารถช่วยลดต้นทุนได้ก็น่าจะลองคิดลองหาวิธีดู
      ฉะนั้นการทำนาแบบนี้ก็เป็นทางเลือกของเกษตรกรชาวนาอีกทางหนึ่ง ลองไปประยุกต์ ลองไปปรับใช้ ไม่ได้มากไม่ได้มายอะไรเลย เพียงอาศัยการสังเกต และก็เอาใจใส่ดูแล แก้ไขปัญหาไปตามเหตุตามสถานการณ์ให้มันเป็นไปในทางที่ควรจะเป็นไป
      แปลงนานี้การเก็บเกี่ยวเอาเป็นแบบลงแขกเกี่ยวข้าวดีไหนหนอ? มันหายจากชุมชนไปนานหลายปีแล้ว อาจจะทำบุญเลี้ยงเพลพระแล้วก็เลี้ยงอาหารคนที่ช่วยลงแขกไปด้วย เป็นการดึงวัฒนธรรมเก่าๆกลับคืนมา สร้างกิจกรรมความสามัคคีในหมู่เครือญาติพี่น้องคนในชุมชน สร้างความสนุกสนาน คุยกันแซวกันไปแซวกันมาเฮฮา เสร็จแล้วได้อิ่มบุญอิ่มท้องกลับบ้านไปอีกหนึ่งมื้อ น่าจะดีและน่าจะมีแนวร่วมพอที่จะเป็นไปได้

Posted on 03/06/2011, in นานาสาระ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: