จงระบายอารมณ์ที่ตกค้างด้วยปัญญา

                การพิจารณาด้วยปัญญานี้คือ การคลี่คลายระบายอารมณ์ของจิต ที่มีการเห็นผิดจากการผลักดันของกิเลสตัณหา เป็นความเห็นที่สวนทางกับองค์มรรคอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับว่า กิเลสตัณหา อวิชชา ล้างสมองของจิตได้แล้ว จึงเกิดความเคยชินในการเข้าใจเดิมว่าจิตต้องการในกามคุณ นั้นถูกต้องแล้ว ถือว่าเป็นแนวทางที่ถูก ควรสะสมไว้และแสวงหามาให้ถูกตามความอยาก

                ฉะนั้น จิตเราจึงไม่มีอิสรภาพเสรี ไม่มีทางที่จะหลบตัวและไม่มีข้อต่อรอง เพราะกิเลสประกบตัวอยู่ตลอดเวลา กิเลสตัณหาพาไปไหนก็พอใจ ยินดีที่จะไป จะเป็นช่องน้อย ช่องใหญ่ โรงคลับ โรงยาสุรานารี นอกบ้านหลังบ้าน ไม่สำคัญ ขอให้ชอบใจอย่างเดียวก็พอ ถึงผลจะเป็นทุกข์ขนาดไหนก็ยอมรับโดยไม่มีทางหลีกตัว เพราะไม่มีทางอื่นให้ได้เลือก จิตไม่มีวิชาอื่นมาเปรียบเทียบว่า ความเข้าใจในปัจจุบันนี้ผิดหรือถูก และไม่มีอุบายใดที่จะนำมาแก้ไขตัวเองบ้างเลย เข้าใจว่าคนส่วนใหญ่เขาก็อยู่กันด้วยวิธีนี้อย่างนี้ ทำกันอย่างนี้

                ฉะนั้น จิตจึงไม่ยอมถอนตัว เพราะนิสัยของจิตเคยติดอยู่กับ ประเพณีของโลกนี้มานาน

                บัดนี้ เราเป็นนักปฏิบัติจงมาเปลี่ยนทัศนะให้จิตเสียใหม่ เพื่อให้จิตได้มีการต่อรองว่า ความเป็นอยู่ตามประเพณีของโลกเป็นอย่างไร การพิจารณาด้วยปัญญานี้ให้รู้แจ้งเห็นจริง ในสภาวะความเป็นอยู่ของโลกว่า มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป เป็นไตรลักษณ์ คือความเป็นอยู่ด้วยการอดทน และแปรสภาพไปไม่คงที่และไม่มีอะไรเป็นของของเรา ให้จิตได้มีการศึกษา ใช้ความคิดใช้สติปัญญาพิจารณาสัจจะที่มีอยู่ประจำโลก ให้จิตได้รู้เห็นเป็นสภาพความจริงอย่างนี้ๆ

                เมื่อจิตได้รู้เห็นตามความเป็นจริงของสัจธรรมแล้ว ความเข้าใจผิดของจิตที่มีอยู่เดิมว่า ความรักความใคร่ในกามคุณที่เข้าใจว่าเป็นสุขนั้นที่จริงย่อมให้ผลเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลาและไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นของเที่ยงแท้แน่นอน และไม่มีสิ่งใดเป็นเราและเป็นของของเราแม้แต่นิดเดียว เพราะทุกสิ่งเป็นเพียงอาศัยในชั่วขณะที่มีชีวิตอยู่เท่านั้น

                เมื่อจิตรู้เห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญาอย่างนี้ จิตก็จะเริ่มถอนตัวออกจากความยึดถือในสิ่งนั้นๆทันที ถึงจิตจะมีอารมณ์ที่ตกค้างอยู่ในกามคุณประเภทใด ความฉลาดของจิต ความเฉียบแหลมของปัญญาก็จะชำระให้หมดไปสิ้นไป จนกว่าอารมณ์ที่ตกค้างทั้งหลายจะหมดไปอย่างสิ้นเชิง

หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

Posted on 13/06/2011, in ทวนกระแสโลกพบกระแสธรรม and tagged , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: