ปัญญาต้องฝึกจิตให้ตื่นตัวอยู่เสมอ

                นักปฎิบัติต้องมีสติปัญญาฝึกจิตอยู่เสมอ เพราะจิตมีธรรมารมณ์ที่ละเอียดฝังในส่วนลึกของจิตอยู่แล้ว การทำงานของกิเลสย่อมมีธรรมารมณ์ที่มีอยู่เดิมนี้เป็นเหตุ ที่จะดึงธรรมารณ์ใหม่ให้เข้ามาเพิ่มเติม เช่น

                ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ย่อมไปสัมผัสกับรูป เสียง กลิ่น รส โผฎฐัพพะ จึงเกิดเป็นธรรมารมณ์ขึ้นที่จิต เกิดความรู้สึกขึ้นเฉพาะจิตโดยตรง การสัมผัสมาในลักษณะใด อารมณ์ภายในจิตก็เป็นไปในลักษณะนั้น อิฏฐารมร์ คือ ความสุข ความทุกข์ ที่มีอยู่ในจิตใจ ก็เป็นผลเนื่องมาจากการสัมผัสของอายตนะนี้เอง

                ฉะนั้น นักปฏิบัติต้องมีสติปัญญาสังเกตดูภายในจิตและอารมณ์ของจิต เพื่อจะได้แก้ไขอารมณ์ที่เป็นพิษให้หมดไปสิ้นไป ด้วยสติปัญญาความสามารถของเราเอง มิใช่มีเพียงสติกำหนดรู้การเกิดดับของอารมณ์ที่เกิดดับตามรูปและนามเท่านั้น เพระอาการของจิที่เกิดดับย่อมเป็นไปตามอารมณ์ ถ้าจิตมีความยินดีพอใจในอารมณ์ประเภทใดก็อยากให้อารมณ์ประเภทนั้นมีอยู่ที่จิตตลอดไป

                อนิจจัง ความเปลี่ยนไปในอารมณ์แต่ละประเภทหาอยู่คงที่ไม่ย่อมมีการเกิดดับอยูอย่างนี้ตลอดไป ถึงมีสติกำหนดรู้การเกิดดับของนามจิตก็สักแต่ว่ารู้เท่านั้น แต่การเกิดดับของนามจิต ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ การเกิดดับของนามจิตก็ต้องมีอยู่อย่างนี้ เพราะการเกิดดับของนามจิตไม่มีที่สิ้นสุด เพียงมีสติรู้การเกิดดับดังได้อธิบายมานี้ มิใช่เป็นการละถอนปล่อยวาง แก้กิเลสตัณหาอวิชชาให้เหมดไปจากจิตได้เลย

                เหมือนเงากับตัวบุคคล เมื่ออยู่ในที่ร่มก็เหมือนไม่มีเงา เมื่อออกไปอยู่กลางแสงแดด เงานั้นก็จะปรากฏทันทีนี้ฉันใด เมื่อมีสติกำหนดรู้การเกิดดับของนามจิตอยู่ จิตก็ย่อมตั้งมั่นในสมาธิเหมือนไม่มีกิเลสตัณหาอะไรเลย แต่เมื่อเผลอสติไปในขณะใด เงาของกิเลสตัณหาก็จะแฝงขึ้นที่จิตทันทีฉันนั้น

                การเกิดดับของนามจิตนี้ย่อมมีการเกิดดับมาแต่กาลไหนๆ แม้ปัจจุบันนี้ก็มีการเกิดดับอยู่อย่างนี้ ตราบใดที่ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพทั้งสาม การเกิดดับของนามจิตก็จะเป็นอยู่เหมือนปัจจุบันนี้

                ฉะนั้น นักปฏิบัติต้องฝึกจิตด้วยปัญญาเพื่อให้จิตได้ตื่นตัวอยู่เสมอ เพื่อให้จิตมีความรู้ความฉลาดแก้ไขสถานการณ์คือ กิเลส ตัณหา อวิชชา ให้หมดสิ้นไปจากจิต เริ่มเสียแต่บัดนี้เป็นต้นไป

หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

Posted on 18/06/2011, in ทวนกระแสโลกพบกระแสธรรม and tagged , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: