เผอิญแค่ได้เดินผ่าน

            เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา หลายคนได้ไปทำบุญ ได้ตั้งสัจจะอธิษฐาน ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดี ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใหม่ สร้างกุศลคุณงามความดีให้เกิดมีขึ้นมาในตัว พัฒนาคุณในจิตในใจ โดยอาศัยโอกาสในช่วงฤดูเข้าพรรษานี้ ก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดี ที่ใครๆหลายๆคนจะได้ตั้งใจทำในสิ่งดีๆ อันที่จริงความดีนั้นไม่ได้อยู่ที่ทำเพื่อให้ใครเห็น ให้ใครรับรู้ แต่เมื่อเราทำความดี นั่นแหละได้ทำความดีกันที่ตรงนั้น ตอนนั้นแล้ว ได้ผลเป็นความสบายใจ อิ่มอกอิ่มใจแล้วก็พอใจกันที่นั้น ถึงจะไม่มีใครเห็นแต่เรื่องราวการกระทำเหล่านั้นจะถูกเก็บไว้ในจิตของเรา และรอโอกาสที่จะให้ผลด้วย แต่อย่าไปรอคอยหรือคาดหวังในบุญกุศลผลกรรมดีนั้นเลย เพราะการคาดหวังทำให้เราทุกข์เปล่าๆ เมื่อถึงเวลา เหตุและปัจจัยพร้อมกรรมจะจัดสรรให้เอง และเการทำดีนั้นมื่อหวนนึกถึงความดีที่ได้กระทำครั้งใดมันก็ยังยินดีพอใจกับการที่ได้เคยกระทำนั้นๆ ก็เป็นสุขที่ได้หวนคิดถึง ซึ่งตรงกันข้ามกับการทำกรรมที่ไม่ดี ขึ้นชื่อว่ากรรมชั่วแล้วไม่ทำซะได้จะดีที่สุด

            ก่อนวันเข้าพรรษา ซึ่งก็คือวันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้เคยแสดงปฐมเทศนาแก่ปัญจวคีย์ ทำให้เกิดมีพระสงฆ์รูปแรกขึ้นมา คือท่านพระอัญญาโกณฑัญญะ ทำให้ครบองค์พระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงแก่ปัญจวคีย์ในครั้งนั้นก็คือ ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ว่าด้วยการปฏิบัติบนทางสายกลาง เอาแค่นี้ก็คงพอจะระลึกกันต่อไปได้ 

            ในวันอาสาฬหบูชานี้เอง ผมเองก็มีโอกาสได้ไปเทียนพรรษาที่โคราช หรือที่จังหวัดนครราชสีมา ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะไปดู เพียงแต่ผ่านไปเห็น ทำใหรู้ว่าที่โคราชทำเทียนสวยมาก รายละเอียด องค์ประกอบ สัดส่วน อะไรต่างๆ โอ้ จอร์จ! มันยอดมาก ใจจริงถ้าไม่รีบอยากจะรอจนค่ำ จะได้แสงกระทบลวดลายแกะสลักบนเนื้อเทียน มีแสง มีเงา มีประกาย นะ เสียดายจริงๆ เดินดูก็ไม่ทั่ว เพราะมันเยอะๆ มีเยอะแยะ(ยืมคำพูดติดปากของหลานมาใช้หน่อย แบบว่าเยอะไปซะหมด) รีบเดินรีบยิง เอาไปเผื่อคนที่บ้านที่ไม่ได้มีโอกาสมาดูด้วยตัวเองได้ดูได้ชมบ้าง และอัพโหลดขึ้นมาไว้บนบล็อก เพื่อใครหลงเข้ามาได้ดูบ้าง ขอออกตัวนิดหนึ่งว่า ผมไม่ใช่ตากล้องมืออาชีพครับ และก็ไม่ใช่มือสมัครเล่นด้วย เอาเป็นว่าพวกถ่ายเล่นถ่ายหัวทั่วๆไป ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น เนาะ อืม!

This slideshow requires JavaScript.

 

            ต่อจากนั้นก็เดินทางต่อมาถึงบุรีรัมย์ ได้เวลาเวียนเทียนพอดี เลยมาเวียนเทียนที่วัดกลางวัดนี้ ก็ได้เคยเวียนเทียนที่วัดนี้บ่อยเหมือนกัน มาทำกิจกรรมก็บ่อย มาสอบนักศึกษาธรรมก็เคย มาร่วมเชียร์และเป็นช่างภาพถ่ายรูปพี่สาวประกวดนางสงกรานต์ ตัวแทนชุมชนหลังสถานี ซึ่งตอนนั้นยังใช้กล้องฟิล์มอยู่เลย เคยมาก่อพระเจดีย์ทราย มาอธิษฐานขอพร มีเวลาได้หวนคิดภาพบรรยากาศเก่าเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะเข้าไปเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ ไม่ทันที่จะได้สวดมนต์อะไรกับเขาเลย เขากำลังเริ่มเดินกันพอดี แปลกที่ไม่เจอคนรู้จักเลยสักคน เอ้? เราก็ว่าเราพอที่จะรู้จักคนในเมืองในตลาดอยู่บ้างนะ คนมาเวียนเทียนก็น้อย วัดในเมืองในตลาดแบบนี้ มันน่าจะคนเยอะเดินแบบว่าระมัดระวัง แบบว่ากลัวธูปเทียนจะไปจิ้มหลังใคร แต่วันนี้ดูโล่งเกิน


            จากนั้นก็ไปดูเทียนของบ้านเกิดเมืองนอน จังหวัดบุรีรัมย์ของเรากันบ้าง พอไปถึงถนนหน้า ม.ราชภัฏ มีรถต้นเทียนมาจอดไม่มากนักบางตา คนก็บางตา ผิดกับที่โคราชเยอะ ไปดูสิว่าเป็นอย่างไรบ้าง

            หลังจากนั้นก็กลับบ้านอาบน้ำอาบท่า แล้วก็ออกไปนอนที่สวน วันนี้เป็นวันพระใหญ่ก็ถือโอกาสสวดมนต์ชุมนุมเทวดา ให้เจ้าที่เจ้าทางบริเวณสวนและใกล้เคียงนี้มาร่วมฟังมนต์กันหน่อย โดยส่วนตัวแล้วมักจะสวดชุมนุมเทวดาตอนเทียงคืน ก็จะสวดนานพอสมควร บางครั้งบางทีก็จะสวด ๗ คำภีร์ด้วย หลังจากนั้น นั่งกำหนดลมหายจะสักไม่นานนัก ความง่วงก็เอาฉันไปกิน

            บรรยากาศการนอนริมน้ำในค่ำคืนนี้นช่างแสนเย็นสบาย บางทีก็เย็นจนหนาว ยุงก็ไม่มี มีแต่เสียงดนตรีแห่งธรรมชาติ เสียงจิ้งหรีด จั๊กจั่น เรไร เสียงปลากระโดด(ตกใจเหมือนกันนะบางที) ภาษาท้องถิ่นเขาเรียกว่าปลาบ้อน ท่านกลางคืนเดือนแจ่ม ส่องสะท้อนเงาน้ำ พลิกตัวนอนหงาย เห็นพระจันทร์ คืนนี้ สวยจัง และกำลังค่อยเคลื่อนคล้อยไปทางทิศตะวันตกทีละนิด สายลมแผ่วเบาพัดผ่านกายจนต้องแบ่งผ้าห่มครึ่งซีกปูรองด้านล่างอีกครึ่งหนึ่งก็เอามาห่ม ห่อตัวไว้ยังกะตัวหนอน ดีแต่เป็นคนนิ่งไม่กลิ้งมากไม่งั้นได้ตกน้ำเป็นแน่

            ว่าไปแล้วก็รู้สึกดีกับการนอนที่ตรงนี้ เพราะเราไม่ต้องใช้พัดลมให้เปลืองไฟฟ้า และได้รับลมที่สดชื่น บางวันฝนตกมีละอองนำฝนสาดเข้ามาต้องหลบมุม มุ้งเปียกพอชื้นๆเล็กน้อยก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ แต่ถ้าฝนสาดแรงๆก็ต้องย้ายเหมือนกัน 

           เช้ามืดของวันใหม่ ตื่นขึ้นมางานแรกคือปิดไฟล่อแมลงบนบ่อปลา แล้วล้างหน้าล้างตา

            เมื่อเก็บที่นอนเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาดูต้นไม้ต้นไร่ที่ปลูกไว้

            วันนี้ว่าจะไม่ไปดูแห่เทียนในตัวเมือง แต่ก็ต้องไป (ไม่ค่อยชอบออกไปไหน แบบว่าเป็นคนถ้ำ) เป็นคนเบื่อผู้คน ไม่ชอบฝูงชน ชุมนุมชน กิจกรรมอะไรที่มันมากมาย  บางทีผมยังมีความคิดว่า ประเพณีหรือกิจกรรม พิธีกรรม พิธีเปิด อะไรหลายๆอย่างเรามาฟุ่มเฟือยกับของที่มันไม่ใช่สาระแก่นสาร หมดเงินหมดเปลืองเวลาไม่ใช่น้อยๆ นี้เป็นความเฟ้อ และก็คงจะเฟ้อต่อไป

            เมื่อหันมามองดูเด็กน้อยผู้เป็นหลาน ดูเขาตื่นตาตื่นใจ ดี๊ด๊าดีเหลือเกิน พอแต่ได้ยินเสียงติ๊ดตี่(อีเล็คโทน) ดนตรี ก็กระโดดกระเต้น ทีที่บ้านไม่เห็นเคยกระโดดกระเต้นอย่างนี้ เยอะแล้วหลานฉัน ไม่นานถ่านก็หมด หลับ พากลับบ้าน จบ. 

Posted on 25/07/2011, in ประเพณี, วัฒนธรรม, เรื่องทั่วไป, Uncategorized. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: