ความยั่งยืนทางการเกษตรคืออะไร

ความยั่งยืนทางการเกษตรคืออะไร

      การเกษตรแบบยั่งยืนเป็นอีกหนึ่งของการผลิตอาหารที่สามารถสร้างอุดมสมบูรณ์ได้โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรของโลกหรือก่อให้เกิดมลพิษสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยการทำเกษตรที่เป็นไปตามหลักการของธรรมชาติ คือจะพัฒนาระบบนั้นให้มีการเพิ่มการปลูกพืชและสัตว์ที่เป็นเช่นธรรมชาติด้วยตนเองอย่างยั่งยืน

      การทำการเกษตรแบบการเกษตรแบบยั่งยืนนั้นนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่า หรือสร้างค่านิยมให้เกิดมีในสังคมเกษตรด้วยกันให้ประสบความสำเร็จแล้วยังทำให้ชุมชนในชนบทได้มีวิถีชีวิตที่สดใสในครอบครัว ชุมชน ที่มีการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ซึ่งอาศัยระบบเกื้อกูลกันอย่างเป็นวงจร ทั้งในระดับครอบครัวและชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม คือมีความสามารถในการบริหารจัดการกันเองได้ภายในชุมชน ทำให้เกิดความรักความสามัคคี ซึ่งจะต้องอาศัยความเสียสละในการที่จะร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน และต้องมีการปลูกฝังระบบความคิด จิตสำนึกให้กับคนรุ่นต่อไปซึ่งก็คือเด็กเล็ก เยาวชน เพื่อให้เขาเกิดความรัก ความผูกพัน อยากที่จะพัฒนาชุมชนของเขาให้เป็นชุมชนที่ดี เป็นชุมชนที่พัฒนาไปแบบยั่งยืนด้วยวิถีที่กลมกลืน สมดุลกับธรรมชาติแบบบูรณาการทั้งภูมิปัญญาดั่งเดิมกับวิทยาการ เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างลงตัวและเหมาะสม

      แต่ในช่วงทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 21 การเกษตรแบบยั่งยืน ยังดูเหมือนว่าเป็นชุดปฏิบัติที่ยอมรับกันโดยทั่วไปหรือว่าเป็นโมเดลของระบบฟาร์มแบบผสมผสานซึ่งยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ที่เราอาจจะได้ยินกันว่าชุมชนต้นแบบ ชุมชนพอเพียง ซึ่งยังอาจจะยังไม่แข็งแรงนัก ยังต้องอาศัยภาครัฐ หรือกลุ่มองค์กรที่มีจิตอาสามองเห็นความสำคัญตรงนี้เข้ามาสนับสนุน เข้ามาให้ความรู้ ความเข้าใจ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ปลูกจิตสำนึก ให้กับชุมชนที่น่าจะเป็นต้นแบบให้สังคมอื่นได้ ได้มีความเข้มแข็ง เติบโตและมีความมั่นคงยั่งยืน เปรียบเหมือนกับการเลี้ยงเด็ก เมื่อเขาเติบโตขึ้นเขาก็จะสามารถดูแลช่วยเหลือน้องของเขาลดภาระของพ่อแม่ได้ พ่อแม่ผู้ปกครองก็มีเวลาไปทำมาหากินอย่างอื่น และเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่เขาก็จะสามารถดูแลพ่อแม่ของเขา ตลอดจนครอบครัวของเขาได้ และนี่ก็ก็เป็นส่วนช่วยสร้างครอบครัวให้มีความเข็มแข็ง มั่นคง อบอุ่น มีความสุขไปตามอัตภาพ ที่นี้เรื่องเศรษฐกิจเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็งในลักษณะดังกล่าวจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้ามันยังอยู่ในรูปแบบของความคิด หรือปรัชญา โดยไม่นำมาใช้หรือนำมาปฏิบัติกันอย่างจริงจังหรือจำกัดอยู่ในวงแคบๆเล็กๆ โดยไม่มีการขยายกระจายออกไปในรูปแบบของเครือข่าย แบบพี่ แบบน้องที่จะต้องอาศัยเกื้อกูลพึ่งพิงอาศัยกันและโตไปพร้อมกันอย่างเข้มแข็งและมีความสุข ขบวนการสามขั้นตอนจากเกษตรทฤษฏีใหม่ของในหลวงที่ได้พระราชทานให้แก่พสกนิกรของท่านได้น้อมนำไปปฏิบัตินั้น มีหลายครอบครัวมีหลายชุมชนประสบความสำเร็จแล้ว และพร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำให้ปรึกษากับผู้ที่สนใจ และพร้อมจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมก้าวไปอย่างมั่นคงยั่งยืน

      แม้ว่าความยั่งยืนในภาคเกษตรจะยังคงเชื่อมโยงกับปัญหาที่กว้างขึ้นของเศรษฐกิจโลก ทั้งปริมาณสำรองปิโตรเลียมและความมั่นคงด้านอาหารในประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังขาดการเหลียวแลอย่างแท้จริงจากผู้ที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายของรัฐบาล แต่เกษตรกรรายย่อย นักสิ่งแวดล้อม และนักวิชาการหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องทางด้านการเกษตร ซึ่งคนเหล่านี้ได้เล็งเห็นถึงการทำลายล้าง ของการทำการเกษตรเมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ที่ได้ก่อให้เกิดความเสื่อมของดิน น้ำ ระบบนิเวศ วิถีชีวิตของชุมชน อย่างเห็นได้ชัด

      การเกษตรแบบเดิมในช่วงของศตวรรษที่ 20 นั้นจะเป็นการเน้นผลิตเพื่อป้อนเข้าสู้โรงงานอุตสาหกรรมเพื่อแปรรูป ก็มีการผลิตเป็นสินค้าแปรรูปออกมาจำนวนมากและตั้งราคาขายไว้ถูก ดังนั้นสินค้าเกษตรที่ต้องป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องเพิ่มตาม เกษตรแบบเดิมที่เคยปลูกพืชหลายอย่าง การปลูกพืชหมุนเวียน ก็กลายมาเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว มีการบุกรุกแผ้วถางป่า เพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ ผลที่ตามมาคือ ระบบนิเวศเสียไป ดินค่อยๆเสื่อมโทรม จากการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีจำนวนมากเพื่อเร่ง หรือให้ได้ผลผลิตที่มีจำนวนมาก ได้ลักษณะผลผลิตตรงกับลักษณะความต้องการและช่วงเวลาของตลาดที่ตลาดต้องการ เมื่อดินและน้ำเสื่อมโทรมลงก็ทำให้อาหารที่เราได้จากการทำการเกษตรแบบดังกล่าวมีความปลอดภัยน้อยลง คือมีความปนเปื้อนสารเคมี สารพิษอะไรต่างที่ยังเหลือตกค้างอยู่ อีกทั้งการทำเกษตรแบบดังกล่าวจะต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกมากเช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง น้ำมัน เครื่องมือ เครื่องจักรกลต่างๆอีกมากมาย อีกทั้งยังส่งผลกระทบทางด้านสุขภาพร่างกายของเกษตรกรเองอีกด้วย การพึ่งพากันเองในชุมชนลดลง ต้นทุนค่าแรงงานสูงขึ้น มีความเสี่ยงจากโรคของพืชและสัตว์มาก ต้นทุนการป้องกันในเรื่องนี้ก็มีมากขึ้นตามมา เมื่อต้นทุนสูง ก็ต้องมีการกู้เงิน ยืมเงิน เพื่อมาลงทุน ถ้าหากเกิดภัยจากธรรมชาติ หรือมีโรคระบาดเกิดขึ้น อาจทำให้ไม่มีเงินมาชำระหนี้ได้ตามจำนวนตามระยะเวลา บางครั้งต้องจำนองหรือขายที่ดินเพื่อชำระหนี้ ลงทุนอีกก็ต้องกู้ยืมอีก บางทีสินค้าก็ขายไม่ได้ราคาตามกลไกทางการตลาด บางครั้งก็ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลางที่กดราคาสินค้า  นี่เป็นสิ่งที่กำลังสร้างความอ่อนแอให้กับเกษตรกรรายย่อย ที่ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนนโยบายของทางภาครัฐที่เน้นการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทางอุตสาหกรรม จนลืมมองหรือมองข้ามหรือเห็นเป็นเพียงปัญหาเล็กๆ และปัญหาเล็กๆเหล่านี้กระจายตัวอยู่ทั่วของประเทศ และกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้น เหมือนมะเร็งที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นทีละเล็กทีละน้อย และก็ลามไปทั่ว หากปล่อยไว้นานเข้าการรักษาก็ยากขึ้นไปทุกที  ต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยของเราเติบโตมาด้วยเกษตรกรรม มีเกษตรกรรมเป็นพื้นฐาน เป็นฐานรากของประเทศ หากฐานรากอ่อนแอ โครงสร้างทั้งระบบก็ไร้ความมั่นคง พร้อมจะล้มหรือทรุดได้เสมอ เมื่อมีแรงมาอื่นมากระทบกระทั่ง

      ซึ่งตอนนี้ทางภาครัฐควรเข้ามาส่งเสริม เข้ามาให้ความรู้ มาปรับเปลี่ยนระบบทางความคิดของเกษตรกรใหม่ เหมือนเด็กเคยติดยา เราต้องรักษา บำบัด เยี่ยวยาทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ สร้างภูมิคุ้มกันให้เขา ปลูกคุณธรรมขึ้นมาจิตใจเขา ติดอาวุธคือปัญญา การใช้ชีวิตในสังคม บ่มเพาะความรู้ทางวิชาชีพต่างๆพอเป็นทางเลือก เพื่อที่จะสามารถให้เขาพัฒนาตัวเองต่อไป และอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า และเข้มแข็ง  และเขาเหล่านี้ก็จะกลับมาเป็นพี่เลี้ยงน้องๆผู้หลงผิดและเตือนผู้ที่จะหลงผิดเข้ามาให้ถอยห่างออกไป เกิดเป็นกลุ่มเครือข่ายที่เข้มแข็งต่อไป เกษตรกรรายย่อยในประเทศของเราก็คงไม่แตกต่างกัน  คือมีจุดเริ่มต้น ผลเสียที่ตามมา วิธีการเยียวยา ตลอดจน การเสริมสร้างภูมิคุมกันและติดอาวุธทางปัญญา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

      วันนี้การเกษตรแบบยั่งยืนยังเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับสังคมไทย ว่าจะก้าวไปได้อย่างสง่างามเพียงใด ประสบความสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน เกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีหรือไม่ สุขภาพ ร่างกาย จิตใจ ครอบครัว เป็นสุขดีหรือไม่ นี้คือตัวชี้วัดที่ดี ส่วนรายได้ กำไร ขอให้มันเป็นเสมือนโบนัสของชีวิต เป็นแรงหนุนเสริมกำลังใจ ของการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง ชีวิตที่เดินบนทางสายกลาง มีชีวิตให้สมกับการเป็นชาวพุทธ สู่พุทธเกษตร คือทำการเกษตรอย่างผู้ตื่นรู้ รู้เท่ารู้ทัน รู้กัน รู้แก้ เป็นเกษตรธรรมชาติ เป็นเกษตรที่สมดุล เป็นเกษตรที่ลงทุนด้วยตัวเงินน้อย แต่ต้องอาศัยกำลังใจที่เข้มแข็ง ด้วยอิทธิบาท4 นี่แหละที่จะเป็นการทำการเกษตรแบบเกษตรยั่งยืน สังคมยั่งยืนประเทศชาติมั่นคง

Posted on 09/10/2011, in นานาสาระ, เกษตรเพื่อชีวิต. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: