พื้นแผ่นดินของเรามันแห้งแล้ง

          เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากอีกช่วงหนึ่ง ของอาการซ่งติงแตก แตกแบบไม่ธรรมดา แตกลึกจนเจ็บ แผ่นดินอีสานมันแห้งแล้ง เดินลงส้นแรงๆไม่ได้ ฉะนั้นเรื่องการวิ่งออกกำลังกายถูกงดไปยาวนานถึงสองสัปดาห์กว่าๆ เวลาเดินก็เดินแบบคนเสียสูญอีกแล้ว รู้สึกว่าพึ่งจะหายจากการเท้าแพลงมาได้ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้นเอง เอาอีกแล้ว เป๋อีกแล้ว แต่จากรูปข้างๆเป็นรูปเก่าแต่เข้ากับหัวข้อดี รูปนี้น่าจะให้ชื่อว่า ส้นเท้าและหน้า อย่าเรียกกับกันและใช้คำอื่น มันจะกลายเป็นคำด่าไป ไม่ดี ไม่เอานะครับ 
          ส้นเท้าแตกก็ขำดีเหมือนกัน เวลาใส่กางเกงขายาว เสียงดังครวกๆๆ เวลาห่มผ้าก็ดัง จะไปไหนทีต้องรองเท้าหุ้มส้นเต็มยศ เดี๋ยวคนอื่นจะรู้ว่าเราบ้านนอก ทีนี้อยากหายก็เลยไปหาซื้อโลชั่นมาทา เข้าไปร้านขายยา เจอสาวๆรุ่นราวคราวเดียวกันด้วย เออๆ มีครีมทา ครีมทา…ส้นเท้าไหมครับ มีค่ะ อิๆๆๆ เราก็นึกในใจว่า มันจะหัวเราะทำไมว่ะ แล้วก็พูดออกไปว่า ขำๆ มันน่าขำตรงไหนเนี๊ยะ(คนหน้าตาดีส้นแตกไม่ได้หรือไงเนาะ) ค่ะๆ เขาก็เอาสินค้ามาให้เลือก เออแพงเหมือนกันนะเนี๊ยะหลอดเล็กนิดเดียวเอง ทาได้สองสามครั้งก็ดีขึ้น กลับมาออกกำลังกายด้วยความกระหาย ด้วยความสด ด้วยอากาศยามเช้าที่แสนดีเย็นสบาย จัดหนัก! 10 กิโล จากแปดกระโดดมาสิบเลย วิ่งได้เรื่อยๆไม่เหนื่อย(อากาศช่วงเช้าฤดูนี้วิ่งไมค่อยเหนื่อย เหงื่อออกไม่เยอะ) พอหยุดเท่านั้นแหละ รู้เลยปวดน่องแน่ นี่ไม่รู้จักพอเพียง ไม่รู้จักสันโดษหรือไง เช้าอีกวัน เอาอีกแล้ว เดี้ยงอีกแล้ว(โซ่มันเค็ง) เดินเป๋อีกแล้ววว คงต้องพักอีก3-4วัน ก็คงกลับมาออกกำลังกายได้เหมือนเดิม พอช่วงเวลาวิ่งแล้วลืมเจ็บลืมปวด หยุดวิ่งก็นวดพอคลายปวดได้หน่อย ซ้ำไปมาบ่อยๆ เดี๋ยวร่างกายก็ค่อยปรับเข้าสมดุล เดี๋ยวการวิ่งระยะนี้ก็จะชิน ชินแล้วก็จะจับเวลา เป้าหมายแรกที่ กิโลเมตรละ4นาทีครึ่ง(เริ่มจากหนึ่งถ้าไม่เหนื่อยคุมได้ก็เพิ่มระยะไปเรื่อยๆ)  แบ่งแยกซ้อมคนละครั้งกับการวิ่งระยะไกล เข้าที่เข้าทางแล้วปีหน้าเราจะไปวิ่งกัน เอาที่ใกล้ๆบ้านก่อน
          ใครที่ชอบออกกำลังกายด้วยการวิ่งเหมือนกันเราอาจจะเจอกันครับ ไม่งานวิ่งใดก็งานวิ่งหนึ่ง รางวัลไม่สำคัญ ขอให้ได้เสื้อที่ระลึก มีของกินตอนเข้าเส้นชัย 555 คุ้มแล้วกับการเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ว่าที่วิ่งที่บ้านก็สุดยอดแล้ว ระวังเรื่องหลุมนิดหน่อย ไม่งั้นอาจเท้าพลิกเท้าแพลงได้ ถนนรถราไม่ค่อยมี สิบห้าปีแล้วสำหรับการวิ่งของเราบนเส้นทางสายนี้ มีความทรงจำดีๆมากมาย คิดถึงเสมอในยามที่ต้องไกลห่าง “เส้นทางสายเก่า” ตอนนี้เก่าผุพังไปเยอะตามกาลเวลา ร่างกายเราก็เหมือนกันไม่รู้จะพังเมื่อไหร่ ที่รู้คือ ต้องเอาออกมาวิ่งอย่างสม่ำเสมอ ถ้าไม่ได้วิ่งนานๆ มาวิ่งรู้เลย นะ ถ้าอยากฟิต อยากมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ต้องหมั่นใช้แรง หมั่นออกกำลัง แล้วจะไม่ค่อยเป็นหวัดเป็นไข้ ทำงานไม่เหนื่อยง่าย(อึด) ยิ่งช่วงนี้อากาศน่าออกกำลังกายมาก ถ้าเป็นฤดูอื่น คนชอบแซวว่า ไปอาบน้ำมาหรือไง คือเสื้อจะเปียกเกือบหมด แต่อากาศหนาวๆเย็นๆแห้งๆเบาๆจะแสบจมูก ปวดหู แย่ตรงนี้แหละ 
          ทั้งหมู่บ้านมีผมคนเดียวที่วิ่ง วิ่งมาก็นานมากแล้ว ไม่เคยมีใครเอาอย่างเราไปบ้างเลย ไม่มีเลย ไม่มีแนวร่วมเลย เราก็วิ่งของเราไปตราบที่ยังยินดีพอใจทำในสิ่งนี้อยู่ กลายเป็นกิจวัตร เป็นนิสัย เป็นความเคยชินติดตัวไปแล้ว อาจจะติดมาข้ามภพ ข้ามชาติมาก็ได้ มันดี มันมีประโยชน์ต่อตัวเอง ทั้งร่างกายและหนุนเสริมทางจิตใจอีกด้วย หนุนเสริมกันจริง ออกกำลังจิตก็มาหนุนเสริมกำลังกายด้วย นี่คือสิ่งที่ควรจัดสรรในแต่ละวันตามความเหมาะสมกับสถานะ เวลา โอกาส เมื่อกายเป็นปกติ ใจเป็นปกติ เข้มแข็ง นะครับ นี่และพรอันประเสริฐที่จะทำให้เรามีพลังต่อสู้ชีวิต เพื่อก้าวไปสู้จุดหมายปลายทางอันสูงสุด คือความพ้นทุกข์

Posted on 21/12/2011, in เรื่องทั่วไป. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: