ไปล่าสัตว์

          เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(3 ก.พ.) ต้องออกไปทำกิจกรรมล่าสัตว์ มันก็คือกางมอง หว่านปลา ไปกันสามคน พ่อ พี่ชาย และก็ผม ไปที่สวนหลังโรงเรียน ไปก็ไปเห็นแปลงผักเด็กนักเรียนที่มาอาศัยพื้นที่เพาะปลูกอยู่บริเวณด้านหน้า ดูไปแล้วก็ไม่เห็นจะมีแปลงไหนเข้าท่าเข้าทีเลยสักแปลง บางคนก็ได้แบบอย่างเรามาทำแปลงเป็นขั้นบันไดริมสระ บางแปลงก็โรยผักชีเป็นตัวหนังสือ ก็ขำดี


          ไม่ได้มานานสวนที่ถูกลืมดูโทรมไปเยอะ ขนาดว่ามีคนอาศัยอยู่ คือครูสอนวงดนตรีดุริยางค์ มาพักอยู่ฟรีเกือบจะครึ่งปีแล้ว แต่ไม่ได้ทำอะไรที่นี้ดีขึ้นเลย ถ้าจำไม่ผิดนี่เป็นครั้งที่สามที่ผมกับพ่อมาตัดหญ้า แต่งกิ่งต้นไม้ อะไรต่างๆ รอบๆบริเวณ แต่ภายในเข้าไม่ได้แต่มองเข้าไปรกมากๆ นักดนตรีสกปรก ซกมกได้ใจจริงๆ ก็อยู่ได้ของเขา นินทาทุกครั้งที่มา(เจ้าของก็ไม่เคยจะอยู่ให้เห็นหน้า) ผมเองก็ไม่เคยเห็นหน้าตาว่าเป็นยังไง นินทาพอแล้ว
          ยังไม่ได้ทันจะได้ลงน้ำ เขาก็ใช้ให้ผมกลับไปเอาข้าวเหนียว พริกผง น้ำปลา ไปหาเครื่องดื่ม น้ำแข็ง และก็ให้เอากีต้าร์มาเล่นด้วย ได้ทีที่จะอู้แล้ว ไปนานโขพอสมควร เป็นชั่วโมง กลับมาได้ชุดปิ๊กนิค เกิดคาด มีปลานึ่ง แจ่วสุดซีด ส้มตำ แคปหมู ข้าวเหนียวกระติ๊บหนึ่ง น้ำอัดลม ถังน้ำแข็ง จานช้อน อะไรเบ็ดเสร็จ แต่ขาดแก้วที่ใส่น้ำ ก็เลยยืมได้ทางโรงเรียนมาสามใบ ไปตั้งนานกลับมายังไม่ได้ปลาสักตัว ดีนะที่เตรียมอาหารกลางวันมาพร้อม ไม่งั้นคงได้ออกไปซื้อปลาเผาที่ตลาดแน่นอน (ห่างออกไปประมาณ4-5กม.) ได้กีต้าร์มาด้วย ไม่ลงแล้ว เดี๋ยวท้าวเงาะจะดีดกีต้าร์เรียกปลาให้เอง รับรองได้ปลาเพียบ 555. แต่ดูแล้วท่าทางไม่เวิร์ค สุดท้ายก็ได้กินข้าวเที่ยงกับปลาที่เตรียมมาแต่บ้าน ฮาจริงๆ วันนั้นพี่แก่หว่านไปหลายรอบหลายเที่ยวได้แต่กิ่งไม้ใบไม้ ได้ปลาช่อนตัวเดียว กู้มองได้ปลานิลอีกสองตัว สรุปมาตั้งเกือบ 4 ชั่วโมงได้ปลาสามตัว ถือว่ามาปิ๊กนิค เปลี่ยนบรรยากาศการกินข้าว กับข้าวกินในทุ่งในป่า ใต้ร่มไม้หัวไร่ปลายนามันอร่อยจริงๆ แต่ครั้งที่สนุกคือครั้งก่อนหน้านี้ช่วงต้นเดือนมกรา หลังปีใหม่ รู้สึกจะเป็นวันที่5มกรา ไปหว่านปลากันที่สวนอาสน คนแดนซ์มาราธอน พาลูกเขยใหม่ของแกไปด้วยไปกันหลายคน ปิ้งปลา ทำปลาเผา หน้าที่ผมวันนั้นคือจับปลาใส่คุถัง และก็สังหารโหด อย่าว่าอย่างนั้นเลย เพื่อเป็นอาหาร ก็แผ่เมตตาขออโหสิกรรมอยู่(ว่าแต่จะเข้าใจกันไหมหนอ) แต่ก็บาปอยู่นั่นเองแหละ เลี่ยงได้ก็จะเลี่ยงอยู่ ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้กิน แม้เราไม่ฆ่า ถ้าหากเรายังกินปลาเราก็เหมือนยืมมือคนอื่นฆ่าอยู่ดี (อาจจะดูเลวน้อยหน่อย) และนอกจากนั้นก็เป็นคนปิ้ง ก่อนจะปิ้งก็เป็นคนหาฟืน ก่อฟืน ก่อไฟ ปล่อยพวกนักล่า3-4คน หว่านแหไป ตอนแรกไปกัน6-7 คน ตอนหลัง มีแผนกตามมากินตามให้กำลังใจอีกรวมๆแล้วก็สิบกว่าคน ขากลับยังมีปลาดุกย่างเหลืองๆหอม อีกสองไม้ไปฝากคนทางบ้านด้วยพร้อมกับปลาอีกเกือบสิบตัว
          ช่วงกลางเดือนเมษา ช่วงสงกรานต์ คงได้ลงจับปลาอีกหลายสระ เดือนนี้ก็เห็นหลายสระแล้วที่สูบน้ำจับปลา หากเป็นของสระของญาติๆกันส่วนมากก็จะไม่ค่อยพลาด เพราะชอบ สนุกดี กิจกรรมบ้านๆแต่สนุกสุดๆ ขอให้บอก ถ้าไม่บอกแล้วมารู้ทีหลัง อย่างเสียดายอ่ะ

Posted on 10/02/2012, in วัฒนธรรม, วิถีชนบท and tagged . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: