เหนื่อยก็พัก หนักก็วาง

Image

        หลังจากที่ไม่ได้เขียนอะไรมาก็เนินนาน จนไม่รู้จะเขียนอะไร หลายสิ่งหลายอย่างได้เข้ามาในชีวิต แล้วก็ผ่านไป ชีวิตที่ยังมีลมหายใจก็ต้องต่อสู้กันต่อไป มีทุกข์ให้แก้ ให้ดับกันไป ไว้เว้นในแต่ละวัน ไอ้ที่เคยคิดว่ามันดับแล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ ไอ้ที่เข้ามาใหม่ก็ยังคงว้าวุ้นอยู่ ว่าไปแล้วยุคนี้มันก็มีอะไรๆล่อกิเลสอยู่เต็มไปหมด ทำให้อยากมี อยากเป็น อยากได้อยู่ไม่มีที่สิ้นสุด ทรัพยากรมากมายก็ถูกขุด ถูกทำลาย เพื่อนำมาสร้าง นำมาผลิต นำมารองรับความต้องการของคน ยุดที่คนมองว่าเจริญก้าวหน้าทั้งทางวัตถุทางเทคโนโลยี มองให้ดีมันเป็นยุคเสื่อมของโลก ยิ่งสร้างก็ยิ่งรก ยิ่งรกมันก็ยิ่งเกิดปัญหา ในมุมหนึ่งสร้างอีกมุมหนึ่งก็ถูกทำลาย จิตใจคนก็กำลังเสื่อมลงไปทุกทีเช่นกัน ต่างกับผู้คนในยุคก่อนๆ ที่แม้จะไม่มีอะไรเป็นเครื่องมืออำนวยสะดวกง่ายเหมือนอย่างทุกวันนี้ แต่จิตใจเขาเย็นไม่ถูกเผาลนด้วยกิเลสเหมือนคนในยุคปัจจุบันนี้ ที่มีทั้งปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจอีกทั้งปัญหาการเมือง ปัญหาสังคม ปัญหาสิ่งแวดล้อมเยอะแยะเต็มไปหมด ยิ่งแก้ก็เหมือนยิ่งผูก พอยิ่งไปผูกมันก็เลยหมดปัญญาที่จะแก้ โลกมันก็เป็นอย่างนี้ ธรรมดาที่โลกมันจะต้องวุ้นวายอยู่แล้ว ยิ่งคนมากก็ยิ่งวุ่นวายมาก หลากความคิดหลากความเห็น เหมือนกับว่าคนยิ่งฉลาดมากก็ยิ่งโง่มาก มีมานะมาก มีอหังการ มมังการ เป็นเงาตามมา กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าความเห็นแก่ตัว อัตตาตัวตนหนาแน่น จึงเกิดการทำอะไรๆก็เพื่อตัวเอง ตอบสนองความความต้องการขอตัวเองให้มากขึ้นๆ เมื่อเห็นแก่ตัวเองมากขึ้นก็เห็นแก่ผู้อื่นน้อยลง เห็นผลกระทบต่างๆในมิติต่างๆที่เกิดขึ้นตามมาจากการกระทำนั้นน้อยลง เพียงเพื่อสำเร็จประโยชน์ของตัวเอง ยิ่งเก่งมาก มีทุนมาก มีอำนาจมาก ก็อาจเป็นผู้สร้างความเสื่อมให้กับโลกได้มากเช่นกันหากจิตใจเขาไม่ได้สูงตามสิ่งที่มีที่เป็นนั้นไปด้วย ผมเห็นหลายเมืองที่โตขึ้น ทำให้ผมเข้าใจคำนี้มากขึ้น ว่าอย่าทำโลกให้วัฒนาเลย มันเป็นเช่นนี้เอง ยิ่งมากก็ยิ่งหลง ยิ่งหลงก็ยิ่งเหนื่อย แต่ด้วยเพราะมีเหยื่อล่อ อยู่เรื่อยๆ ก็เลยตกเป็นทาสของเหยื่อ เป็นทาสวิ่งไล่งับเหยื่อจนวันตาย งับเหยื่อนี้ได้ งับเหยื่อนั้นต่อ และก็ต่อๆๆ มองเห็นภาพตัวเองเป็นอยู่แบบนี้ ในมุนหนึ่งก็ดูน่าตื่นเต้นดี มองในอีกแง่มุมหนึ่งก็น่าสงสาร น่าเวทนาเหลือเกิน มันโง่ได้ขนาดนี้เชียวหนอคน จึงวิ่งตามเหยื่อได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย เกิดมาเพียงเพื่อแสวงหา ไขว่คว้า สะสม ถึงเวลาก็ตายเหมือนกันหมดไม่ว่าจะสูง ต่ำ ดำ เตี้ย ยาก ดี มี จน คนเล็ก เด็ก ผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่ต่างคือการมีชีวิตอยู่ของคนแต่ละคน มีความพัฒนาความเป็นมนุษย์มากน้อยต่างกันเพียงไหน  ใช้เวลาของชีวิตอันน้อยนิดที่ได้เกิดมา ทำอะไร เพื่ออะไร จะไปกันที่ตรงไหน สิ่งเหล่านี้ก็แตกต่างกันไปตามกำลังสติ ปัญญาของแต่ละคนที่ได้สั่งสมมา ต่างชีวิต ต่างจิตต่างใจ  เดินบนเส้นทางของใครของมัน ตามความยึดมั่นไปตามแต่ละบุคคลไป ถ้าได้หลักยึดที่ดีก็ดีไป หลักไม่ดีก็ไหลไปตามกระแสไป มีสุขบ้าง มีทุกข์บ้าง อยู่ที่ มุมมอง ความคิด สติปัญญา ที่จะเข้าใจ และจะจัดการกับสิ่งต่างทั้งที่ดีหรือว่าร้ายเหล่านั้นกันอย่างไร

        เหนื่อยก็พักหนักก็วาง ระหว่างพัก ระหว่างวาง ก็ควรจะได้หยุดคิด หยุดพิจารณาว่า ไอ้ที่เหนื่อยอยู่นี้เพื่ออะไร จำเป็นที่จะต้องเหนื่อยขนาดนั้นไหม มีวิธีที่ดีกว่านี้ไหมที่จะได้เหนื่อยน้อยลง ไอ้ที่หนัก ที่แบกอยู่นี้ จะแบกไปเพื่ออะไร สมควรที่จะยังต้องแบกต่ออยู่ไหม ถ้ายังจำเป็นต้องแบกก็แบกต่อไป ได้พักบ้าง ได้วางบ้าง แต่ขออย่างเดียวไปให้ถูกทางก็พอ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย และต้องแบกอะไรหนักๆ ไปอีกยาวนาน

Posted on 01/10/2012, in เรื่องทั่วไป, Uncategorized. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: