เปลี่ยนผ่าน

          ในช่วงกลางเดือนตุลาคมอากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงจากฤดูฝนจะเข้าสู่ฤดูหนาว เข้าสู่ช่วงการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ปีนี้ข้าวทางภาคอีสานคงได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนอย่างฤดูกาลที่แล้ว เพราะช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูกฝนทิ้งช่วงบ่อยและยาวนาน นี่คือความไม่แน่นอนของสภาพดินฟ้า อากาศ ซึ่งทำให้ได้ผลผลิตไม่แน่นอนตามไปด้วย แถมราคาก็ถูกกดถูกหักอยู่เสมอ วันนี้รัฐยังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอยู่ เพราะมันเป็นอะไรที่เห็นผลรวดเร็ว ถูกอกถูกใจชาวนา ที่ยังมืดบอดไม่เข้าใจปัญหาของขบวนกาจัดการของตัวเองอย่างแท้จริง และได้แต่รอความหวังจากรัฐบาล ซึ่งพฤติกรรมอย่างนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ ชาวนาไทยกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ ระบบเศรษฐกิจแบบทุนกำลังกลืนวิถีชีวิตชาวนาแบบเดิมๆแทบหมดสิ้น ทุกอย่างในขบวนการทำนา กลายเป็นเงินเข้ามาขับเคลื่อนหมดเลย ตัวชาวนาเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำเองได้ ลูกหลานก็ไม่ค่อยได้ช่วยแล้ว หลายครอบครัวลูกจะไปทำงานในเมืองใหญ่ แล้วส่งเงินกลับมาเป็นค่าจ้างแรงงานในการทำนา ครอบครัวชาวนาลูกก็ไม่ทำนาแล้ว ไปทำงานที่อื่น แถมมีหลานมาให้เลี้ยงดูอีกด้วย พบมากเหลือเกินตามชนบททุกวันนี้ การอาศัยช่วยเหลือกันเหมือนอย่างสมัยแต่ก่อนตอนสมัยผมเด็กๆไม่มีแล้ว ทุกแรงงานต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงิน การขับเคลื่อนเศษฐกิจทำให้ความคิดจิตใจเราเปลี่ยนไป ต้องได้ผลประโยชน์ถึงจะช่วยกัน การเกื้อกูลด้วยใจเมตตากรุณาที่หวังผลเพียงความสุขทางใจที่ได้ช่วยเพื่อนมนุษย์ค่อยเลือนหายไป เห็นได้ชัดในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา วันนี้เราพึ่งพาตัวเองน้อยลง วันนี้ทักษะความสามารถในการพึ่งตัวเองน้อยลง คือหาเงินจากอาชีพที่เราถนัด ได้เงินก็เอาไปซื้อปัจจัยอะไรต่างๆ มีสาระบ้างไร้สาระประโยชน์บ้าง การงานทุกวันนี้ก็ไม่ต่างกับการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวของเกษตกร เพราะเกษตกรทุกวันนี้ก็รัอิทธิพลมาจากสังคมเมืองนั่นเอง ศิลปะ ทักษะ อาชีพ ความรู้ความสามารถ เราถูกบีบลง ดังนั้นเราจึงต้องการเงินรายได้มากพอสมตวรจากการงานที่ทำนั้นๆ ไปซื้อ ไปจ้าง แถบจะทุกอย่าง วันนี้เราพึ่งตนเองน้อยลงในลักษณะอย่างนี้ วันนี้เราพึ่งปัจจัยภายนอกมาก แน่นอนว่ายิ่งพึ่งมากก็ต้องหาเงินให้เก่ง เพื่อให้มีรายได้มากๆ มาซื้อในส่วนที่เราทำเองไม่ได้ ในสวนที่เราไม่มี ในส่วนที่เราพร่องเราขาด ยิ่งพร่องมากก็ยิ่งต้องเหนื่อยมาก มองอีกมุมเราเป็นอยู่ด้วยความพร่องหรือเราเป็นอยู่ด้วยความเกินกันแน่ อันนี้ก็น่าคิด เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลไปแล้วกัน

          ก็บ่นๆกันไป สำหรับเรื่องการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ก็แก้ปัญหากันไป รัฐบาลก็เอาตัวรอดไปวันไม่ต่างจากเราเหมือนกัน ต่างกันที่วิธีการ และผลที่ว่ามัดจะรอดไปแค่ไหน ทั้งโลกนี้และโลกหน้าหรือป่าว? รัฐบาลไม่ใช้ที่พึ่งอันประเสริฐ อย่าไปหวังอะไรกับกลุ่มคนเหล่านี้มาก ปัญหาของเขามีเยอะ อย่างที่เคยว่าไป ยิ่งแก้เหมือนยิ่งผูกนั่นแหละ ปัญหาทุกวันนี้ยิ่งทวีความซับซ้อนมาก สุดท้าย คนเรากต้องกลับมาแก้ที่ตัวเราเองอยู่ดี เรารู้จักตัวเราเองดีแค่ไหน ทุกคนมีปัญหาของตัวเองทั้งนั้น ใครหมดปัญหาในตัวเองก็คงไม่ต้องมาเกิดอีก จริงมั๊ย?  ปัญหาของเราเองเรายังงงๆยังไม่รู้เรื่องจะให้คนอื่นมารู้มาเข้าใจมาให้คำตอบเราถูกได้ไง  

          สังคมบริโภควันนี้ ค่านิยมในการบริโภคของผู้คนวันนี้กู่ไม่กลับแล้ว กำลังดำเนินไปสู่การล่มสลาย การแก่งแย่ง การเอารัดเอาเปรียบ การแย่งชิงทรัพยากร ปัญหาด้านพลังงาน ปัญหาทางด้านอาหาร คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ และปัญหาอีกหลายๆด้าน กำลังก่อตัวขึ้นครับ ยิ่งความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากเท่าไหร่ ความเสื่อมที่เป็นเหมือมะเร็งร้ายก็กำลังแพร่กระจายรุกลามเช่นกัน ดูแล้วถ้าเปรียบโลกกับการเป็นมะเร็งแล้ว ตอนนี้อาการห้าสิบ-ห้าสิบ แต่โดยพฤติกรรมรวมๆแล้ว ไม่มีทางหายแน่ครับ โรคของโลกนี้ต้องดูกันยาว อาการป่วยเราทุกคนก็ต่างรู้ๆ พวกเราก็เหมือนพวกดื้อไม่ฟังคำเตือนหมอ อย่างไงอย่างงั้นเลย สังคมใหญ่ปัญหาก็ใหญ่ตาม การจัดการควบคุมดูแลมันก็ไม่ทั่วถึง สังคมเล็กปัญหาก็ไม่มาก หากมีความรักและความสามัคคีเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้พัฒนาตนเองอย่างเข้มแข็ง ซึ่งรวมไปถึงการพัฒนาทางด้านจิตใจด้วย แล้วสังคมเล็กนั้นจะเป็นสังคมที่น่าอยู่ที่สุด การพัฒนาประเทศของเราวันนี้ไม่ต่างกันมากนักกับต้นไม้ที่ล้อมมาปลูก มันไม่มีรากแก้ว ระบบรากมันไม่แข็งแรง ก็ได้แต่ประคองกันไป ปล่อยไปไม่รู้วันใดลมแรงๆมันจะมาโค่นต้นล้มลง ฉะนั้นรากต้องดี ต้องแข็งแรงก่อน ต้องหาแร่ธาตุ น้ำ อาหาร เก่ง ต้นไม้ใหญ่ รากแก้วต้องลึก รากแขนงต้องแผ่กว้าง ถามว่าวันนี้รากเก่งพอจะหาอาหารเองได้หรือยัง ถ้ายังก็ปรับปรุงบำรุงดินซะ รากดีเขาก็จะส่งอาหารไปเลี้ยงดูลำต้นได้ดีเอง  ถามหน่อยว่าหากรัฐเป็นชาวนา แล้วชาวนาผู้ยากจนเป็นต้นข้าวในนา รัฐบาลบาละใส่ปุ๋ยอะไรลงในนาข้าวตัวเอง ระหว่างปุ๋ยเคมี กับปุ๋ยอินทรีย์ ผมว่าคำตอบมันก็เห็นๆกันอยู่ ดูกันยาว แต่ถ้ารู้และเข้าใจ ก็คาดเดาตอนจบได้เลย คือถ้าเริ่มจากเหตุอย่างนี้ผลตามมาเป็นอย่างไร ถ้าเข้าใจแบบนี้ ก็ไม่ต้องเสียเวลาดูจนจบ หากผิด ไม่ดีมีผลกระทบากจะได้รีบแก้ตั้งแต่แรกๆ จะได้ไม่กลายเป็นการแก้ปัญหาใหญ่ในภายหลัง วันนี้อยากเห็นชาวนาเรียนรู้ที่จะผลิตข้าวอินทรีย์ ผลิตข้าวที่มีคุณภาพ ลดการพึ่งพิงปัจจัยภายนอก มีการรวมกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ แปรรูปเป็นข้าวสาร สร้างแบรนด์ เพื่อสามารถกำหนดราคาสินค้าของตัวเองได้ วันนี้เริ่มเห็นแล้ว แต่ยังน้อยมาก ภาครัฐควรมาบำรุงดินในลักษณะอย่างนี้ให้มากขึ้นถ้ามีความจริงใจกันจริงๆ ขอฝากไว้ (ฝากใคร?) ใครก็ได้ที่สามารถ เอาไปคิดเอาไปทำที

Posted on 10/10/2012, in เกษตรเพื่อชีวิต, เรื่องทั่วไป. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: