กลับมาเริ่มวิ่งใหม่

20130322165938_660x374_wh_running_faint03

     หลังจากเมื่อปลายปีที่แล้วซ้อมวิ่งหนักจนได้เรื่อง หนักแค่ไหน วิ่งสัปดาห์ละสองครั้ง ช่วงหลังจำนวนรอบ30-40รอบสนาม เจ็บเข่าด้านนอกโดยเฉพาะด้านขวา ความตั้งใจฮาล์ฟมาราธอนที่ขอนแก่นต้องมีอันยุติไป สาเหตุน่าจะวอมไม่ดี ยืดเส้นน้อยเกินไป บวกกับอากาศเย็นด้วย(ไม่รู้เกื่ยวไหม) เข่าอักเสบ พอหายเจ็บก็ไปวิ่งซ้ำ พอวิ่งรอบเยอะๆ อาการก็มาอีก เป็นแบบนี้อยู่หลายครั้งเพราะความดื้อบวกกับความโง่ บางทีโง่กว่านั้นอีก เจ็บก็อดทนวิ่งต่อไปเดี๋ยวความเจ็บปวดจะหายไปเอง เอ็นโดรฟินคือมอฟีน ซึ่งมันก็จริง แต่พอเลิกหรือหยุดวิ่งแล้วต่อจากนั้นได้เรื่องเลย นั่งไขว่ห้างก็ไม่ได้งอเข่าก็ไม่ได้  เวลานั่งรถงอขานานๆ เวลาลงจากรถแทบจะเดินเป๋ ไม่แทบซิ เป๋เลย เสียดจี๊ดที่เข่า ทางเดินต่างระดับนี่ทรมานมาก ใครจะรู้ว่าเราแซ้งเป็นปกติ ด้วยเหตุความทรมานจึงต้องงดวิ่งไปเดือนกว่า แต่ระหว่างนั้นก็มีแอบเบาๆบ้าง พอรู้ว่าเจ็บจี๊ดขึ้นมาแล้วต้องหยุดวิ่งเลยแล้วเดินเอา พอรู้สึกเหมือนอาการดีขึ้น ก็ไปซื้อสนับเข่ามาใส่ ก็ดี ช่วยได้ดี ก็ใส่ซ้อมมาตลอด เริ่มกลับมาวิ่งใหม่ก็3-4กิโล ใหม่ๆ 7รอบก็หอบแล้ว อาจจะเพราะเลือดจางส่วนหนึ่ง อากาศร้อนส่วนหนึ่ง ร่างกายปรับสภาพใหม่อีกส่วนหนึ่ง ตอนนี้เริ่มดีแล้วไม่ใส่สนับเข่าแล้ว วิ่งเร็วด้วย  แซงตลอด(ขี้โวจิงๆ)

Advertisements

สงสารต้นไม้ในยามแล้ง

ช่วงร้อนแล้ง เป็นเวลาที่ยาวนานมากสำหรับปีนี้ ต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมสระเพื่อปรับภูมิทัศน์หลายอย่างมีอันเป็นไป เพราะขาดการดูแล มีบางโซนต้องรื้อเปลี่ยนทั้งเซต บางโซนต้องซ้อม บางโซนต้องตัดต้นเก่าใบแห้ง และยังมีอีกหลายโซนใหม่ที่ทำค้างไว้ และมีอีกหลายโปรเจคริมสระรอการปรับซึ่งต้องรอร่มเงาไม้ซึ่งคงรออีกไม่กีปี ค่อยทำไป ของเก่าก็ต้องดูแล ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง โยกย้าย ซึ่งมันไม่ธรรมดาเลยนะ(เหนื่อย) เพราะสรรพสิ่งไม่เคยหยุดนิ่งแห่งการเปลี่ยนแปลง แต่ความเหนื่อยมันไม่ค่อยรู้สึกมากเพราะความเพลินกับความสุขมันเคลือบไว้อยู่ นี่คือสิ่งที่เรามอบเวลาให้ต้นไม้ และสิ่งแวดล้อม สิ่งได้กลับคืนนั้นมันมาทันที ณ ขณะนั้น และทุกทีที่ได้อยู่ใกล้ต้นไม้ที่เราดูแลเอง ยิ่งศิลปะแห่งการจัดวางและความงามสมบูรณ์ตามธรรมชาติของต้นไม้แต่ละชนิดลงตัวแล้ว ได้ดูได้มองได้อยู่ใกล้ยิ่งมีความสุข ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนเริ่มมีอายุถึงชอบต้นไม้ (นี่แสดงว่าอายุผมเริ่มได้แล้ว) เดือนนี้จะกลับไปปลูกกล้วยน้ำหอม(ขยาย) ทำโซนต้นจั๋งซักแถวประมาณ5-6ต้น ตอนกิ่งมะนาวไว้(หรือต้องรอต้นฤดูฝน) วัสดุพร้อมแล้วว่าจะตอนช่วงสงกรานต์ก็ยังไม่ได้ทำ ย้ายและขยายโซนเฮลิโคเนียอันนี้ว่าจะทำช่วงสงกรานต์แต่ก็ไม่ได้ทำ โครงการในหัวเยอะมาก ระบบน้ำก็ทำค้างไว้ เตรียมตัวเกรียมและไหม้อีกรอบเร็วๆนี้ คิดแล้วก็ตื่นเต้น เพราะเตรียมเพลงไว้ร้องยามแดดร่มลมตกหลายเพลง คิดฮอดบรรยากาศกิจกรรมเสียงดนตรีเสียงเพลงยามเย็นที่สุด ขลุ่ยยามดึก นอนตากลมข้างนอกมองดูแสงดาว แสงเดือน แสงหิ่งห้อย โอ้ย ไม่ไหวแล้วโว้ย!

ฝากรูปแต่ละโซนริมสระที่กำลังปรับภูมิทัศน์ ช่วงปลายปี2556

jojo2 086 jojo2 087 jojo2 089 jojo2 091 jojo2 092 jojo2 093 jojo2 096 jojo2 098 jojo2 102

ก่อเจดีย์ทราย

jojo2 378 jojo2 361

jojo2 362 jojo2 363 jojo2 364 jojo2 365 jojo2 366 jojo2 367 jojo2 368 jojo2 369 jojo2 370 jojo2 371 jojo2 372 jojo2 373 jojo2 374 jojo2 375 jojo2 376 jojo2 377

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     ภาพกิจกรรมในเช้าวันศุกร์ ที่ 11 เมษายน 2557 กับการเข้าร่วมแข่งขันก่อเจดีย์ทราย ของเทศบาลเมืองชุมเห็ด กำหนดเวลาให้ 2 ชั่วโมง ผู้ร่วมการแข่งขันในแต่ละทีมไม่เกิน5คน ที่มาจากหลายช่วงวัย 
     มีทีมจากหลายหมู่บ้านร่วมกิจกรรม รวมทั้ง หมู่6 บ้านหนองไผ่ใหญ่ ของผมด้วย และผมก็เป็น1ใน5คนในนั้นด้วย
     บรรยากาศเช้าวันนั้นแดดไม่แรง  แต่ร้อนอบอ้าวมาก ทีมเราไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย รวมทั้งผมด้วย ทุกอย่างเตรียมตอนเช้ากันมา แต่การทำงานราบรื่นมาก ก็บ้านผมเอาแต่ช่างที่มีศิลป์มาทั้งนั้น รวมทั้งเด็กด้วย อีกทั้งเรามีกองเชียร์ที่มาเชียร์ติดขอบสนามซึ่งแอบมีส่วนร่วมด้วยในงานนี้ อิอิ.
     สุดท้ายด้วยการพรีเซ็นต์งานสถาปัตยกรรม โดยผมเอง (ไม่ได้เตรียมแล้วจะพูดอะไรเนี๊ยะ) พูดพอเอาตัวรอดได้ มีให้คะแนนตรงนี้ด้วยนะ
     ผลการแข่งขัน ทีมหมู่บ้านหนองไผ่ใหญ่ ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 พูดให้เข้าใจง่ายๆ ได้ที่2 รับเงินรางวัล 1,500บาท 
      วิจารย์ผลงานทีมตัวเอง รูปทรงมีความเรียบง่าย ความสูง สัดส่วน ความสมมาตร มีความสมบูรณ์ดี เนื้องานมีความเรียบละเอียด ส่วนที่น่าจะโดนตัดคะแนน หรือได้คะแนนน้อย น่าจะเป็นส่วนยอดที่เอาฉัตร3ชั้น ที่ทำจากโฟมเข้าไปเสริม(ไม่แน่ใจ) การประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ และธง ของเรามีดอกไม้ชนิดเดียว ธงก็ไม่ค่อยมี ชิ้นงานเลยออกมาดูเรียบง่ายแต่สมบูรณ์
     ก็มองเห็นหลายจุดที่ยังขาด ยังบกพร่อง ความพร้อมด้วย แต่ทีมงานฝีมือทั้งนั้น เรื่องงานช่างฝีมือทุกคนประสบการณ์สูงทั้งนั้น(โม้)
     สุดท้ายเห็นเจดีย์ทรายแล้วนึกถึงความหลัง ภาพความทรงจำดีๆ ในวันเก่าๆ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆกับอีกหนึ่งกิจกรรมความร่วมมือ ความสามัคคี ที่เรามีร่วมกัน กับญาติมิตร เพื่อนพ้องน้องพี่ ในชุมชน

รักด้วยเลือด

บริจาคเลือด

ด้านหน้าศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ

        วันนี้มีโอกาสดีได้ไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดไทย นั่งรอนานมากกว่า70คิว ชั่วโมงกว่า ที่นานเพราะรีบกลับ เดิมทีว่าจะไปชุมนุมทางการเมืองต่อ แถวราชประสงค์ เพราะไม่ได้ร่วมมานานแล้วตั้งแต่วันที่เขาเรียกว่าปิ๊กนิคเดย์ แต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าไปคงได้ของที่ระลึกกลับมาอีกแน่

        เจาะเลือดวันนี้ เลือดจาง อยู่ที่13.9g/dl พยาบาลขู่น่ากลัวมาก กลัวกระดูกตัวเองจะไม่แข็งแรง เพราะผมไม่ค่อยกินธาตุเหล็ก(ลืมจนชิน) อีกอย่างนอนดึก ไม่กินข้าวเช้าด้วย เลยโดนสอนสั่งเป็นนักเรียนไปเลย

        ที่มาวันนี้เพราะได้ยินข่าวเขาจะลั่นกลองรบ คนไทยไม่ได้ไปรบกับใครที่ไหน ประชาชนไทยจะต่อสู้กันเองซะงั้น กรรมของประเทศไทยแท้ๆ ที่มาก็เพื่อบริจาคเลือดไว้สำรองสถานการณ์ฉุกเฉินวันข้างหน้า บริจาคเสร็จแล้ว ก็แล้วไป แต่ต่อไปจะต้องดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ เจาะเลือด คราวหน้าจะต้อง 15g/dl up ให้จงได้

        เดือนกุมภา เขาว่าเป็นเดือนแห่งความรัก การบริจาคเลือดคือการแสดงออกอีกรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกถึงความรัก ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์แบบไม่จำเพาะเจาะจง  ถ้าการให้ของคนปราศจากซึ่ง มานะ มิจฉาทิฐิ เป็นการให้ที่บริสุทธิ์ใจ เพื่อหวังให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ผมเชื่อว่าการให้นั้นเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ และเป็นก้าวแรกของการทำบุญที่เรียกว่าทานบารมี และหากจะให้ดีขึ้นไปกว่านี้ ควรให้ทานนี้เป็นสะพาน หรือเป็นบันได ก้าวไปสู่ศีล และภาวนา ในฐานะที่เป็นชาวพุทธ ไม่ควรติดอยู่ที่การให้ทาน ทานเป็นเพียงการฝึกละความตระหนี่ ฝึกละการยึดมั่นในข้าวของ ทรัพย์สิน เงิน ทอง อวัยวะ เลือด เนื้อ ตัวตน ซึ่งเป็นหัวใจของการให้ทาน แต่การให้ทานไม่ได้ประกันว่าคุณมีศีล หรือจะไม่ทำบาป ฉะนั้นศีลจึงเป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นอีก สุดท้ายที่การภาวนา เป็นสิ่งสูงสุดของการสร้างบุญกุศล สร้างสมาธิ สร้างปัญญา ให้เกิดขึ้นในจิตในใจ คุณภาพจิตที่ดี จิตที่มีกำลังจะเกิดขึ้นจากสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ชาวพุทธควรก้าวไปให้ถึง

        วันนี้ความรักของผมสีแดง คือรักด้วยเลือด เลือดที่เสียสละ เพื่อผู้อื่น แม้จะไม่ได้ออกไปต่อสู้ด้วยแรง ด้วยกำลังอะไรกับใคร แต่ผู้บริจาคเลือดทุกคนเป็นผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง

คิดถึงบ้าน

คิดถึงบ้านจัง คิดถึงบรรยากาศบ้านนอก เพลงนี้บอกเล่าความรู้สึกของผมในตอนนี้ได้ดีทีเดียว